Chat with us, powered by LiveChat

เจาะ 5 ประเด็นสำคัญทำบรูโน่ฟอร์มตกกับทัพฝอยทอง

บรูโน เฟอร์นันเดส

หลังจากย้ายไปโชว์ฟอร์มเทพกับแมนฯ ยูไนเต็ด และกลายเป็นตัวความหวังของทีมทำให้ในศึกยูโร 2020 นี้บรูโน่ เฟอร์นันเดส ถูกคาดหมายว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญในการพาโปรตุเกสทะยานเข้าไปป้องกันแชมป์ในรอบชิงชนะเลิศ

แต่ทว่าก็อย่างที่ได้เห็นกันไปแล้วว่า บรูโน่ เฟอร์นันเดส ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาช่วยทีมเลยแทบยังเหมือนจะกลายเป็นตัวถ่วงทีมนิดๆซะด้วยเพราะแสดงให้เห็นความผิดพลาดหลายต่อหลายครั้งแล้วเพราะเหตุใดคนที่เคยโชว์ผลงานได้อย่ายอดเยี่ยมมาโดยตลอดถึงฟอร์มดร็อปไปแบบดื้อๆ วันนี้ FIFA555 จะพาไปหาคำตอบพร้อมๆกันที่นี่

5 ประเด็นทำบรูโน่โชว์ฟอร์มไม่ออก

ผลงาน 58 นัด 27 ประตู 17 แอสซิสต์ ในฤดูกาล 2020/21 บ่งบอกถึงความสามารถและความยอดเยี่ยมของ บรูโน่ เฟอร์นันเดส ได้อย่างดีจึงไม่แปลกที่พอเข้าสู่ช่วงทีมชาติเขาจะถูกตั้งความหวังเอาไว้ไม่แพ้ในระดับสโมสร

แต่แน่นอนว่าทุกสิ่งมันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่หวังเสมอไปและ บรูโน่ เฟอร์นันเดส ก็กำลังเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้อยู่ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่ทำให้ บรูโน่ เฟอร์นันเดส งัดฟอร์มออกมาไม่ได้และต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

1.ระบบการเล่น

ซานโตร

มาเริ่มกันข้อแรกและเห็นได้อย่างชัดเจนคือระบบการเล่นระหว่างแมนฯ ยูไนเต็ดและทีมชาติโปรตุเกสมีความแตกต่างกันอย่างมากโดยปีศาจแดงจะเน้นไปที่เกมสวนกลับเร็วไปหลักมีนักเตะแดนหน้าที่มีความเร็วสูงคอยวิ่งแข่งกับแนวรับของคู่แข่ง

ขณะที่โปรตุเกสนั้นพวกเขาจะเน้นการเข้าทำที่หลากหลายมากกว่าโดยเน้นไปที่การขึ้นบอลสั้นๆมากกว่าที่จะเล่นบอลไดเร็กซ์นั้นทำให้ต้องใช้ความเข้าใจในตัวระบบการเล่นค่อนข้างสูงและที่สำคัญคือว่าความแม่นยำในการส่งบอลซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่จุดเด่นของทางบรูโน่อยู่แล้วที่ชอบเล่นแบบเสี่ยงๆมากกว่า

2.เพื่อนร่วมทีม

โรนัลโด้-บรูโน่

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจก็คือเพื่อนร่วมทีมของทั้งสโมสรและทีมชาตินั้นมีความแตกต่างกันโดยในทีมชาติโปรตุเกสนั้นต่างเต็มไปด้วยสตาร์เต็มทีมโดยเฉพาะตัวชูโรงอย่าง คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ และฝีเท้าแต่ละคนก็อยู่ในระดับชั้นนำทั้งนั้นทำให้บอลไม่จำเป็นต้องฝากความหวังไว้ที่ บรูโน่ เฟอร์นันเดส เหมือนกับในระดับสโมสร

และด้วยเหตุนี้เองเมื่อบอลไปถึงน้อยก็ทำให้โอกาสที่เขาจะแสดงความสามารถก็ลดลงไปด้วยขณะที่ในแมนฯ ยูไนเต็ดถึงคนแทบจะฝากบอลไว้กับเขานั้นจึงทำให้เขาได้แสดงฝีเท้ามากกว่านักเตะคนอื่นในทีมนั่นเอง

3.คู่แข่ง

บรูโน่-ป็อกบา

ด้วยการที่เป็นทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ระดับบอลยูโรแน่นอนว่าแต่ละชาติที่เข้าร่วมก็ล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งกันแทบทั้งนั้นซึ่งไม่มีทางแน่นอนที่จะมายิงแบบถล่มทลายบุกแหลกกันได้แบบง่ายๆ เพราะทุกวินาทีล้วนมีความอันตรายทั้งสิ้น เพราะแต่ละชาติก็ล้วนมีสตาร์ประจำทีมชื่อดัง ทำให้พื้นที่ในการจะเล่นแต่ละจังหวะไม่เหมือนเดิมและบรูโน่ เองก็ไม่ใช่นักเตะที่เร็วอะไรอยู่แล้วด้วยทำให้เกิดความยากลำบากเพิ่มขึ้นไปอีก

ซึ่งกับพรีเมียร์ลีกนั้นแม้แต่ละทีมจะแข็งแกร่งพอสมควรแต่ก็ต้องยอมรับว่าความสามารถนักเตะหากเทียบกับบรรดานักเตะทีมชาติทั้งหลายก็ยังคงมีหลายสโมสรที่ห่างกันอยู่เยอะ

4.โดนจับทาง

บรูโน่-ยูโร2020

การเล่นบอลทัวร์นาเม้นต์แบบนี้คู่แข่งมักทำการบ้านมาเป็นอย่างดีและวิเคราะห์ถึงจุดเด่นและจุดด้อยของผู้เล่นแต่ละคนซึ่งตัวบรูโน่เองนั้นมีจุดเด่นและจุดด้อยที่ชัดเจนอย่างมาก โดยจุดเด่นของเขาอยู่ที่ความขยันและการหาพื้นที่ยอดเยี่ยมแต่จุดเสียใหญ่ก็คือเรื่องของการออกบอลที่เน้นเล่นเสี่ยงจังหวะ 50-50 เป็นหลักขาดความแม่นยำทำให้เสียบอลได้ง่าย

แน่นอนว่าพอคู่แข่งรู้ถึงจุดอ่อนก็พยายามจะบีบให้เจ้าตัวต้องรีบออกบอลมากกว่าเดิมซึ่งปกติก็ออกบอลไม่ได้แม่นยำมากอยู่แล้วพอโดนบังคับให้จ่ายบอลเร็วขึ้นก็ยิ่งเสียบอลมากขึ้นไปอีกซึ่งในบางครั้งเล่นกับบรรดาชาติชั้นนำจังหวะเหล่านี้ล้วนสำคัญทั้งสิ้นเพราะไม่ได้มีโอกาสบ่อยๆนั่นเอง

5.ไม่ฟิต

บรูโน่-โปรตุเกส

จากการลงเล่นให้กับสโมสรมาอย่างต่อเนื่องแทบทุกถ้วยโดยไม่ได้พักแม้เจ้าตัวจะไม่มีอาการบาดเจ็บแต่เราจะเห็นได้เลยว่าพอเล่นเข้าสู่ช่วงหลังเจ้าตัวเหมือนเริ่มหมดแรงเป็นประจำ ทั้งที่หากเราย้อนไปดูในช่วงแรกๆที่เล่นให้กับปีศาจแดงหรือในทีมชาติจะเห็นเจ้าตัววิ่งได้สบายๆตลอด 90 นาที

ซึ่งนี้ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวฟอร์มดร็อปลงไปเพราะการเล่นในบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่แบบนี้ยิ่งต้องใช้พละกำลังมากขึ้นกว่าปกติเพราะมีเวลาพักที่ค่อนข้างน้อยและแต่ละเกมก็ล้วนหนักหนาแทบทั้งสิ้น

บทความแนะนำสำหรับนักพนันมือใหม่

บทสรุป

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อจริงๆว่าแค่บรรยากาศเปลี่ยนระบบเปลี่ยนจะทำให้ฟอร์มของนักเตะคนหนึ่งเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ซึ่งอย่างที่ในอดีตที่มีคำกล่าวที่ว่านักเตะบางคนก็เหมาะเฉพาะกับบางทีมเท่านั้นก็คงไม่ใช่เรื่องเกินจริงนัก

อย่างไรก็ตามสำหรับ บรูโน่ เฟอร์นันเดส ยังพอมีเวลาให้พิสูจน์ตัวเองในนามทีมชาติพอสมควรว่าเขาจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวความหวังได้อย่างที่หลายคนคาดหวังหรือไม่หรือจะกลายเป็นดาวดับในนามทีมชาติเหมือนกับนักเตะอีกหลายๆคนที่โชว์ผลงานในระดับสโมสรได้อย่างยอดเยี่ยมแต่กับทีมชาตินั้นพวกเขาแจ้งเกิดไม่ได้