Chat with us, powered by LiveChat

บุนเดสลีกา เป็นลีกฟุตบอลมีกองเชียร์เข้าชมมากที่สุดในโลกได้อย่างไร

บุนเดสลีกา

บุนเดสลีกา ลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมจากแฟนบอลในการเข้าไปชมในสนามมากที่สุดในโลก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งลีกที่ไม่ค่อยมีเสน่ห์เท่าไหร่นัก ไม่ได้มีการทุ่มทุนมหาศาลในการซื้อนักเตะ วันนี้เราจะมากับตอบว่า อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ บุนเดสลีกา เยอรมัน สามารถทำแบบนั้นได้

สวัสดีครับเพื่อนๆ แน่นอนครับว่า สิ่งที่สำคัญในวงการโลกฟุตบอลอย่างนึง ต้องยกให้กับแฟนบอลที่เข้าไปอยู่ในสนาม ลีกที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือ ลาลีกา สเปน แต่เชื่อไหมครับว่า มีแฟนบอลเข้าไปชมในสนามมากที่สุดตกเป็นของ บุนเดสลีกา ลีกสูงสุดเมืองเบียร์ซะงั้นไป

ต้องย้อนกลับไปดูเรื่องของวัฒนธรรมแนวความคิดคนเยอรมัน การก่อตั้งสโมสรฟุตบอลมันเริ่มต้นจากคนท้องถิ่น จากแฟนบอลท้องถิ่นเป็นหลัก เขามีการวางปักหมุดเลยครับว่า เป้าหมายหลักคือคนในท้องถิ่น จึงทำให้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีในการผลักดันเข้ามาอยู่ในสนาม และเหตุผลสำคัญก็คือ ค่าตั๋วต้องไม่แพง

ค่าตั๋วเข้าชมถูก

มีการเปิดเผยว่าราคาตั๋วต่อหนึ่งเกมอยู่ที่ 5.4 ยูโรเท่านั้น ถ้าเทียบเป็นเงินบาทบ้านเราก็ประมาณ 190 บาท ถูกมากพอๆกับ ไทยลีก เป็นค่าเฉลี่ย ซึ่งถ้าไปเทียบกับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ค่าเฉลี่ยต่อเกม ราคาตั๋ว 36.4 ยูโร ประมาณ 1,200 บาท มากกว่า 6-7 เท่า อันนี้คือความแตกต่างในการให้ความสำคัญกับคนท้องถิ่น

บาเยิร์น มิวนิค

สุดท้ายแล้วคนพวกนี้แหละ ที่จะเป็นผู้ผลักดันสโมสร และการที่จะดึงคนเข้ามาในสนามง่ายสุดก็คือ คุณไม่ต้องไปตั้งราคาที่แพง คนท้องถิ่นที่ต้องเป็นคนใช้แรงงานหรือจับจ่ายใช้สอยอย่างประหยัด เพราะฉะนั้นการมีราคาค่าตั๋วที่มันไม่ได้เวอร์เกินไป ไม่ได้แพงเกินไป มันทำให้คนมีกำลังใจเข้าสู่สนามได้ง่ายขึ้น

ถามว่ามีโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนราคาให้มันสูงขึ้นหรือเปล่า เพราะว่าในโลกของทุนนิยมนั้น ใครๆก็มองในเรื่องของตัวเงิน ใครๆก็มองในเรื่องของผลประโยชน์เป็นหลัก ถามว่าขึ้นได้ไหม ขึ้นได้ครับ แต่มันไม่มีความจำเป็นตรงนั้น ถ้าเรามองตัวอย่าง พรีเมียร์ลีก ที่มีการขึ้นราคาตั๋วอย่างต่อเนื่อง

บทความแนะนำสำหรับนักพนันมือใหม่

เพราะว่าหนึ่งอย่างก็คือ เจ้าของกลายเป็นทุนนิยมอย่างเต็มตัว เข้าสู่ในโหมดของเรื่องของผลประโยชน์อย่างเต็มตัว แล้วก็ขยายวงกว้างไปยังแฟนบอลต่างชาติ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายกลุ่มลูกค้าตรงนี้ พร้อมจะจ่ายเงินมหาศาล โดยที่ไม่ต้องไปกังวลใดๆมาก ในสังคมไทยปัจจุบันตอนนี้เลยกลายเป็นเรื่องธรรมดามากๆ

คุณลูกค้าที่พยายามให้ความสนใจในการดึงเข้าไปแล้ว ก็ทำให้กลายเป็นที่นิยมอย่างเต็มตัว แต่ไม่ได้สนใจเรื่องพื้นฐานรากหญ้าคนท้องถิ่นท้องถิ่น มันยังเป็นเรื่องสำคัญมากๆ และมันจะต่อยอดไปถึงในอนาคต ถ้าคุณไม่ทำอะไรเกินตัว ถ้าวางแผนให้ดีในระยะยาว มันอาจจะไม่ได้หวือหวามาก

มันอาจจะไม่มีเม็ดเงินมหาศาลในการลงทุนเยอะแยะมากมาย แต่สิ่งตามมาคือความมั่นคง ความมั่นคงในการเดินต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และก็มีความสุขกับคนท้องถิ่น ทำให้สโมสรมันมีฐานที่แข็งแรงมากๆ ครั้งหนึ่งคนที่เป็น CEO ของลีก บุนเดสลีกา เคยพูดบอกว่า ต้องการให้ทุกคนมีโอกาสเข้าชมเกมในสนามมันเป็นเรื่องง่าย

ถ้าคุณอยากจะขึ้นราคาตั๋วแล้วก็สร้างรายได้มันเพิ่มขึ้น ซึ่งการจะเอาเงินจากแฟนบอล ไม่มีสโมสรไหนอยากทำแบบนั้น ถ้ามองในแง่ธุรกิจ ก็รู้ว่าอาจจะเป็นเรื่องที่มันผิดพลาดมากๆที่คุณไม่ยอมขึ้นราคา แต่สุดท้าย มองในภาพรวมของกีฬาฟุตบอล ผมเชื่อว่า บุนเดสลีกา ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

กฎเหล็ก บุนเดสลีกา

ความชัดเจนจากผู้บริหารระดับสูง มองเหมือนกัน ภาพรวมเหมือนกัน เลยทำให้องค์กรโดยรวมเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความมั่นคงเหมือนกัน ถ้าคุณไม่มีราคาตั๋วที่แพงเกินไป แล้วก็ไม่ได้ขึ้นราคาโดยที่ไม่ผลักภาระให้กับแฟนบอล และที่เขาทำมาโดยตลอดในยุคตั้งแต่ปี 60 มีกฎว่า

แฟนบอลต้องมีส่วนร่วมในสโมสร ด้วยการมีสิทธิ์เป็นเจ้าของสโมสรร่วมด้วยที่มาของกฎ 56-1 อย่างน้อยต้องมีแฟนบอลถือหุ้นอยู่ในสโมสรเนี่ย 51% คือสิ่งที่เขาปลูกฝังกันมา มันได้ผลจริงด้วยครับ ภาพที่เราเห็นว่านายทุนจากต่างชาติเข้ามาเทคโอเวอร์จากตะวันออกกลาง จากรัสเซีย หรือจากสหรัฐอเมริกา

เบอร์ลิน

ภาพนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น การประชุมสัมมนาจะต้องมาพูดคุยกันเช่น ในกรณีของเส้นทางที่เข้ามาสวมรอยแล้วก็เป็นเจ้าของสโมสรแบบเกิน 50% แต่มาในนามของกลุ่มแฟนบอล เข้ามาเกี่ยวข้องมีนะมี เข้ามาด้วยคนท้องถิ่นบวกกับเป็นเจ้าของ เลเวอร์คูเซ่น พวกนี้ก็ถือว่ายังอยู่ในกลุ่มที่เป็นธุรกิจของแฟนบอล

แต่ไม่ใช่เหมือนที่กลุ่มทุนผู้ร่ำรวยบินข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อมาลงทุน และก็ขูดรีดถอนทุนกลับไป มันจะไม่มีภาพแบบนั้นเกิดขึ้น เมื่อเป็นของแฟนบอล แฟนบอลก็มีสิทธิ์ที่จะโหวตออกเสียงในการบริหารจัดการ เรื่องที่จะไปเพิ่มราคาตั๋วมันก็ไม่เกิดขึ้นได้ง่ายๆไม่มีคนไหนที่อยากจะโอเคเพิ่มราคาตั๋วแน่ๆ

แฟนบอลมีส่วนร่วม เป็นตัวขับเคลื่อนสโมสร

เป็นองค์กรรวมที่เกี่ยวโยงกันทั้งหมด โดยมีแฟนบอลเป็นตัวขับเคลื่อน แฟนบอลท้องถิ่นพวกนี้แหละเป็นตัวขับเคลื่อนทั้งหมดจริงๆ ถ้าเรามีความรู้สึกเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลทีมนึง ต่อให้ทีมนั้นมันจะผลงานไม่ค่อยดี ไม่ได้มีลุ้นแชมป์หรืออะไรก็ตามแต่ แต่ในเมื่อความรู้สึกตรงนั้นเนี่ยเรามีความเป็นเจ้าของอยู่นี่

ต่อให้พรุ่งนี้มันแย่ขนาดไหน ต่อให้ไม่ได้อยู่ในลีกสูงสุด เราก็จะเห็นแฟนบอลเข้าไปเชียร์ในสนามเสมอ นี่คือชีวิตของเขาจริงๆ ไม่ถูกแบ่งแยกระหว่างสโมสรกับแฟนบอล แต่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นเจ้าของร่วมด้วย นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ลีก 2 ของเยอรมนี มีค่าเฉลี่ยผู้ชมมากกว่าลีกสูงสุดในประเทศ โปรตุเกส และ รัสเซีย 

แต่ละสโมสรจะมีแฟนบอลมีรูปแบบหลังอัศจรรย์ ฝั่งหลังโกดัง แสดงออกเลยว่าบุคลิกของแฟนบอลคือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ชัดเจน และมีสโมสรของชนชั้นแรงงานด้วย ในเรื่องรายละเอียดมันมีการต่อยอดมาจากการที่แฟนบอล เข้าไปมีความรู้สึกร่วมในการเป็นเจ้าของสโมสร

การใช้พื้นที่ตรงนี้ในการแสดงออกความรู้สึก ความคิดต่างๆ ทั้งเรื่องสังคม เศรษฐกิจ การเมืองต่างๆ มันเป็นพื้นที่ของพวกเขาอย่างแท้จริง รวมถึงการให้สิทธิ์ในการเป็นเจ้าของอย่างน้อย 50 + 1 เปอร์เซ็นต์ ในการมีส่วนร่วมโหวตหรือเข้าประชุมร่วมต่างๆ ซึ่งสุดท้ายคือ การทำกิจกรรมเพิ่มกระชับความสัมพันธ์เพิ่มเข้าไปอีก

บาเยิร์น

เปิดให้เข้าดูการซ้อมก่อนแข่งจริง

เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด การที่แฟนบอลธรรมดาคนหนึ่ง จะเดินเข้าไปดูการซ้อมของสโมสรเป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นไปไม่ได้เลยว่าคุณจะได้สิทธิ์พิเศษหรือว่าได้รางวัลจากสปอนเซอร์ หรือว่าเส้นใหญ่ มีรายการมีคนพาเข้าไปดูในสนามซ้อม แต่สำหรับ บุนเดสลีกา การมาดูทีมรักถือว่าเปิดโอกาสมากๆ

การซ้อมของสโมสรแบบเปิด คุณสามารถเดินเข้าไปดูได้เลย เปิดให้คนเข้าไปดูเกาะริมรั้วดูการซ้อมอย่างเต็มที่ มันเป็นวันครอบครัววันสำหรับแฟนบอลจริงๆ มันอาจมองในแง่ที่ว่าไม่ค่อยส่วนตัวหรือเปล่า อะไรประมาณนั้น ตรงนี้มีการเปิดเผยว่า ในวันนั้นพูดว่าจะเป็นการซ้อมที่ผ่อนคลายที่สุด

สมัครสมาชิก

การซ้อมที่ไม่ได้เป็นความลับ การซ้อมแบบเปิดซิงบอลกันเล่นประมาณนั้น ไม่ได้ลงลึก และส่วนใหญ่ มันจะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดี วันศุกร์ ก่อนที่จะลงสนามในการซ้อมเบาๆ ก็เปิดให้แฟนบอลเข้ามาดู อาจจะรู้ว่าเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ว่ามันช่วยทำให้ความใกล้ชิดระหว่างแฟนบอลกับสโมสรมันยิ่งแนบแน่น

ยิ่งใกล้กันมากขึ้น มันยิ่งทำให้รู้สึกว่ามันเป็นทีมของฉันจริงๆนะ ไม่ใช่แบบมีช่องว่างระยะห่างจนมากเกินไป ทั้งหมดทั้งมวล พอเรามาผสมผสานกันทุกอย่าง มันมีเหตุและผล เป็นแผนงานที่ถูกวางตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หรือการใช้ชีวิต การมีมุมมองแนวคิดทัศนคติ สุดท้ายลูกค้าคนสำคัญสำหรับเขาคือแฟนบอล

กลัดบัค

ให้ความช่วยเหลือแฟนบอลช่วงวิกฤต

แม้กระทั่งในช่วงที่ก่อนที่จะมีการล็อกดาวน์เกิดขึ้นเพราะโรคระบาดในปีนี้ มีการเปิดเผยว่า นับเฉพาะในลีกยุโรป และใหญ่ๆในสโมสร ที่ค่าเฉลี่ยต่อเกมเกิน 40,000 คน มีเกินครึ่ง (11 ทีมจาก 18) เป็นทีมจากเยอรมัน ทั้งที่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีแค่ 8 ทีม (ทั้งหมด 20 ทีม) ส่วนลา ลีกา สเปน มีเพียง 4 ทีมเท่านั้น

แค่ตอนนี้ก็เห็นชัดเจนแล้ว ยิ่งเกิดเหตุการณ์วิกฤตเกิดขึ้น มันกลายเป็นว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ หลากหลายสโมสรพยายามทำอะไรบางอย่างให้กับสังคมส่วนรวม เช่น ทำให้สนามกลายเป็นศูนย์รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยเรื่องรายละเอียดแบบนี้ครับผมเชื่อว่าเป็นเคล็ดลับสำคัญ

สรุป

นี่แหละเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ และสโมสรก็รับรู้ และก็ช่วยกันในการขับเคลื่อนองค์กรเดินหน้าไปอย่างมั่นคง นี่คือตัวอย่างที่เราได้จาก บุนเดสลีกา อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ไม่ได้ดูหรูหราอะไรมากมาย

แต่มันก็บ่งบอกสิ่งสำคัญคือไม่จำเป็นต้องมีเม็ดเงินที่มันสูงสุดโต่ง ขอเพียงแค่ว่าทุกคนช่วยกัน ดูแลกันให้อยู่รอดปลอดภัย และไปด้วยกัน ขอแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว และในช่วงเวลาเศรษฐกิจแบบนี้ เราควรที่จะสามัคคีกันให้ยิ่งมากกว่าที่ผ่านมา