Chat with us, powered by LiveChat

“อันโตนิโอ คอนเต้” บอสคนใหม่ไก่เดือยทอง!

อันโตนิโอ คอนเต้

“อันโตนิโอ คอนเต้” ผู้จัดการทีมคนใหม่ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรดังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันนี้ผมจะพามาทำความรู้จักกันครับถึงเบื้องลึก เบื้องหลังผู้ชายคนนี้กัน ก่อนอื่นผมต้องกราบสวัสดีผู้ติดตาม FIFA55 ทุกท่านเลยนะครับ

ที่ไม่เคยทอดทิ้งกันไปไหน อยู่แบบนี้กับเราไปนานๆนะครับ รับรองว่าผมจะมีเรื่องมาเล่าให้เพื่อนๆได้ฟังกันเรื่อยๆเลย ถ้าเพื่อนๆพร้อมกันแล้ว เราไปติดตามรับชมเรื่องราวเกี่ยวกับชายคนนี้กันเลยครับ

หลังจากการแต่งตั้ง “อันโตนิโอ คอนเต้” เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เรื่องราวมากมายเกิดขึ้น โดยวันนี้เราจะมาพูดคุยกันเรื่องนอกสนามล้วนๆครับ วิธีการ แนวความคิด บุคลิก หรือตัว “อันโตนิโอ คอนเต้” เองเป็นอย่างไร ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า

โค้ชที่ใจร้ายที่สุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอล

ณ. ปัจจุบันนี้ครับ ในยุค 80-90 หลายคนคงคุ้นชื่อของเขาดี คอนเต้ เริ่มต้นด้วยการเป็นนักเตะฝึกหัดของ เลชเช่ เติบโตขึ้นมาก้าวสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 18 ปี จนกระทั้งย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส ตอนอายุ 22 ปี ซึ่งในวันที่เปิดตัวกับ ม้าลาย

80-90

มันเป็นอีกวันที่ เลชเช่ ประสบความสำเร็จมากที่สุดครับ กับการส่งต่อยอดนักเตะอย่าง คอนเต้ มันเหมือนกับแฟนบอลได้เห็นลูกชายของตัวเองเดินหน้าไปสู่โลกกว้างขึ้น และกำลังจะไล่ล่าเกียรติยศต่อไป ซึ่งเขาก็เปิดตัวด้วยคำพูดคำจาที่หนักแน่น ดุดัน บอกว่า

“หลายๆคนอาจพูดว่านี่คือที่สุดของชีวิตของเขา กับการได้ย้ายมาอยู่กับ ยูเว่ แต่จริงๆแล้วนี่คือจุดเริ่มต้นเท่านั้น” โดยเขายังกล่าวต่อว่า “อาชีพของเรามันเจออุปสรรค มันเจอความยากลำบากทุกๆวันอยู่แล้วในการที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง เพราะฉะนั้นทางเดียวที่คุณจะหลุดพ้นได้ จะก้าวข้ามมันได้

ก็คือความมุ่งมั่นอย่างไร้ขีดจำกัด” ซึ่งที่รู้ๆกันอยู่ว่าเขาประสบความสำเร็จอย่างมากกับ ยูเวนตุส ก้าวเข้ามาเป็นตัวหลักของทีม ก้าวขึ้นมากลายเป็นกัปตันทีม จนกระทั่งแขวนสตั๊ดในปี 2002 เขากลับไปที่ เลชเช่ อีกครั้งในฐานะการเป็นผู้อำนาวยการกีฬา โดยทำงานกับเฮดโค้ชชื่อ ซเดเน็ก ซีแมน

เพียงแต่ว่าการทำงานระหว่างเขากับโค้ชไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่นัก เพราะว่า คอนเต้ นั้นเรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองต้องการอยากจะได้ อยากให้ทีมนั้นเตอบโตขึ้นไป จนกระทั่งมันแตกหักครับ ซเดเน็ก ซีแมน ถึงขั้นวิงวอนบอร์ดบริหารของ เลชเช่ “ให้ช่วยฉีกสัญญาผมเถอะ ไม่ไหวแล้ว ผมจะไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว”

อันติโอ

ซึ่งหลังจากนั้น คอนเต้ ก็กลับมาทบทวนตัวเองครับ และเขาก็ชิงลาออกตั้งแต่นั้นมา พร้อมไปลงเรียนโค้ชที่สถาบัน Coverciano ซึ่งเป็นสถาบันฝึกสอนโค้ชระดับชาติของอิตาลี และเส้นทางการเป็นโค้ชของเขาก็ได้เริ่มต้นจากตรงนั้น แต่กว่าที่เขาจะประสบความสำเร็จ มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก

เขาเริ่มงานแรกกับ อาเรซโซ่ ซึ่งทีมอยู่ไหนระดับ เซเรียบี ภาระกิจแรกก็คือการที่จะทำให้ อาเรซโซ่ รอดจากการตกชั้นให้ได้ แต่ คอนเต้ ทำไม่สำเร็จครับ สุดท้าย อาเรซโซ่ ก็ตกชั้นไปอยู่ เซเรียซี แล้วก็ต้องแยกทางกัน จากนั้นเขาก็ไปคุม บารี่ ในปี 2007 ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี

บทความแนะนำสำหรับนักพนันมือใหม่

คอนเต้ ทำเส็จเป็นครั้งแรก โดยพา บารี่ เป็นแชมป์ ซีเรียบี เลื่อนชั้นสู่ เซเรียอา ได้สำเร็จ ก่อนที่จะขยับขึ้นไปในงานที่ใหญ่ขั้นก็คือคุมทีม อตาลันต้า เขาเริ่มมีแนวทางที่มันชัดเจนมากขึ้น เพียงแต่ว่าสิ่งที่เขายังขาดไปคือเรื่องประสบการณ์ครับ การทำทีมแบบดุดัน เน้นเรื่องความฟิต

พยายามให้นักเตะทุกคนนั้นวิ่งไล่ มันทำให้นักเตะบางคนไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่นัก เพราะว่า คอนเต้ ไม่สามารถควบคุมบรรยากาศในห้องแต่งตัวได้ แม้ว่าจะทำผลงานได้ดีในช่วง 5 เกมแรก เก็บไป 9 คะแนน หนึ่งคนที่เขามีปัญหาด้วยคือ คริสเตียโน่ โดนี่ เป็นนักเตะคนสำคัญของทีม

สิ่งที่ คอนเต้ เรียกร้องก็คือ อยากให้ โดนี่ วิ่งเยอะกว่านี้ครับ แล้วก็ช่วยเกมรับมากกว่านี้ แต่พอ โดนี่ ทำไม่ได้ เขาเลยจำเป็นต้องดร็อปขวัญใจของทีมไว้ข้างสนาม แล้วแฟนๆก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก ตะโกนด่าทอโห่ร้องทุกครั้งที่ไม่มีชื่อขิง โดนี่ ลงสนาม สุดท้ายการแยกทางก็มาอีกครั้งนึงครับ

คอนเต้ โดนปลดออกจากทีม แต่ว่าครั้งนี้เขาได้รับบทเรียนสำคัญมากๆ เขาได้กลับมาคิดได้ครับว่า เขาต้องคุมนัดเตะทุกคนให้อยู่ ต้องเข้าไปอยู่ในหัวสมองของทุกคนให้ได้ ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเราฝึกหนักไปเพื่ออะไร เพราะสุดท้ายแล้วกีฬาฟุตบอลต้องเล่นเป็นทีม ถ้าวิ่งก็ต้องวิ่งด้วยกัน

FIFA555.NET รวมทีเด็ดบอลจากเซียนชั้นนำ

รวมลิงค์การวิเคราะห์ฟุตบอลและทีเด็ดบอลจากลีกชั้นนำทั่วโลก ผ่านบรรดาเซียนชั้นนำที่ทางเว็บ FIFA555 คัดสรรมาเป็นอย่างดี ด้วยรูปแบบการเข้าถึงที่ง่ายสะดวกรวดเร็วเหมาะแก่นักพนันทุกเพศ ทุกวัย โดยสามารถเลือกคู่ที่น่าสนใจทั้งพรีเมียร์ลีก ลาลีก้า บุนเดสลีก้า กัลโช่ เซเรีย อา ลีกเอิง ได้ตลอดทุกวันไม่มีวันหยุดลีกเล็กเราก็มีให้ หรือจะบอลทีมชาติก็ไม่มีพลาด ครบทุกคู่ ทุกแมตช์ ทั้งฤดูกาล ที่นี่ที่เดียว

ใครมีปัญหากับเขาเหมือนที่เคยเจอใน อตาลันต้า สิ่งที่เขาจะต้องทำก็คือตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ใครไม่เห็นด้วย ออกไปครับ ใครทำไม่ได้ ออกไปครับ แล้วเขาก็ทำมันจริงๆ ได้โอกาศอีกครั้งในการคุม เซียน่า พาทีมคว้าแชมป์ เซเรียบี เลื่อนชั้นสู่ เซเรียอา อีกครั้ง 

ซึ่งตอนนั้น คอนเต้ เหมือนมีคู่มืออยู่ในใจของตัวเองแล้ว เขารู้วิธีทำให้ทีมเป็นผู้ชนะแล้ว นั้นก็คือทำให้ทุกคนนั้นมีจิตวิญญาณนักสู้ และความเป็นมืออาชีพ ซึ่งหลังจากคุม เซียน่า ได้เพียงปีเดียว ยูเวนตุส ติดต่อเข้ามา เป็นช่วงเวลาที่ ยูเว่ กำลังตั้งหลักกันใหม่ หลังจากที่โดนปรับตกชั้นในคดี “กัลโช่ โปลี”

ไม่พูดมาก ทำให้เห็นจริง

เขาทำมันได้จริงๆครับ ในการพา ยูเว่ กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง คว้าแชมป์ กัลโซ่ เซเรียอา นับไม่ถ้วน จนกระทั่งลากยาวไปถึงตอนคุมทีมชาติอิตาลี หรือ เชลซี และ อินเตอร์ มิลาน นั้นคือประวัติคร่าวๆครับ แต่ถ้าเราจะลงรายละเอียดลงไปอีกในวิธีการทำงานของเขาเป็นอย่างไร?

คอนเต้ เป็นโค้ชแบบไหนกันแน่? เขาเป็นเจ้านายที่ไม่ได้อารมณ์ดีตลอดเวลา ล้อเล่นด้วยยาก โดยเฉพาะในสนามซ้อมครับ นักเตะทุกคนที่เคยทำงานกับ คอนเต้ บอกแบบนั้น เมื่อถึงเวลางาน อยู่ในสนามซ้อม เขาจะเตรียมรายละเอียดเยอะมากๆ และก็แบ่งสัดส่วนของนักเตะแต่ละคนแต่ละตำแหน่ง

สมัครสมาชิก FIFA555 ผ่านไลน์

ฝึกจนกว่าจะแน่ใจครับว่าที่เขาให้รายละเอียดนั้นได้เข้าไปอยู่ในหัวสมองของลูกทีมทุกคนแล้ว เอเด็น อาซาร์ หนึ่งในนักเตะที่เคยร่วมงานกับ คอนเต้ สมัยอยู่กับ เชลซี ออกมาบอกว่า “กุนซือคนนี้ละเอียดจริงๆ ละเอียดยิ่งกว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ด้วยซ้ำไป การซ้อมของ มูรินโญ่ เป็นการซ้อมแบบวางระบบหลักๆเอาไว้”

“ให้คนรู้ว่าควรทำอะไรในสถานการณ์ต่างๆ ยกตัวอย่างเช่นในยุคของผมกับ มูรินโญ่ เขาให้ผมมีอิสระในการเล่น โดยมี เนมันย่า มาติช คอยซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังหากผมผิดพลาด แต่ในยุค คอนเต้ มันแตกต่างออกไป ทุกคนต้องยืนชิดกันมากขึ้น ทุกคนต้องรู้ทุกรายละเอียดตั้งแต่การเคลื่อนไหว”

เอเด็น อาซาร์

“บางเพลย์ผมห้ามเป็นคนเก็บบอลไว้กับตัวเลยด้วยซ้ำ ผมจะต้องวิ่งตัวเปล่าเพื่อเปิดพื้นที่ให้คนอื่น ผมต้องพร้อมที่จะเล่นเกมสวนกลับตลอดเวลา ในแง่รายละเอียดแทคติกยุค คอนเต้ ละเอียดยิ่งกว่ายุค มูรินโญ่ เราทำงานกันหนักมาก ๆ ในแง่แทคติก ทุกคนต้องรู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง”

“เมื่อลงไปยืนในสนาม เราซ้อมกันจนจำได้ว่าต้องไปยืนที่ไหน กองหลังจะยืนตำแหน่งกันยังไง” อาซาร์ ยังตอบอีกว่าเขาไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ เพราะใจจริงเขาอยากเล่นเกมรุกมากกว่านี้ แต่สุดท้ายแล้วผลลัพธ์มันได้ครับ ซึ่งตรงนี้ทำให้เขานั้นเคารพและให้เกียรติ คอนเต้ อย่างสูงมากๆ

สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์

 

 *เมื่อยืนยันการสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ให้รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปทาง Line ของท่าน*

ต่อให้คุณอยู่ในกลุ่มที่เป็นเจ้านายของเขา (บอร์ดบริหาร) คอนเต้ ก็พร้อมที่จะชน ครั้งหนึ่งมีเรื่องกับ อันเดรีย อันเญลี่ ซึ่งเป็นเจ้าของสโมสร ยูเวนตุส เคยเล่าให้ฟังว่า วันแรกที่สัมภาษณ์ คอนเต้ ก่อนที่จะรับงานคุมทีม ยูเว่ เขาตรงๆว่า ถ้าคุณได้งานนี้คุณจะทำอะไรบ้าง แล้วคุณมีแผนงานอย่างไรบ้าง

ซึ่ง คอนเต้ ก็ตอบว่า “ได้โปรดอย่าโกรธเคืองหากผมจะวิจารณ์ ยูเวนตุส ตรง ๆ นะท่านประธาน ยูเว่ ยุคนี้เล่นเหมือนกับทีมบ้านนอกคอกนา เป็นแบบนี้มานานเเล้ว พวกเขาคิดแต่จะบุก แล้วปล่อยให้ครึ่งสนามฝั่งตัวเองเป็นพื้นที่ของคู่แข่ง เล่นแบบนี้ไปไหนได้ไม่ไกลหรอก”

อันเญลี่

 อันเญลี่ ก็ถามต่อครับว่า แล้วคุณจะแก้ไขอย่างไร คอนเต้ ตอบว่า “ปรัชญาของ ยูเวนตุส ในยุคของผมคือนักเตะทุกคนจะต้องเล่นเกมบุก และนักเตะทุกคนจะต้องเล่นเกมรับ เราจะทำเหมือนกับที่ บาร์เซโลน่า ทำและประสบความสำเร็จอยู่นี่แหละ” หลังจากนั้น อันเญลี่ ก็เลยรับ คอนเต้ เข้าทำงานทันที

เขาจึงกลายเป็นที่รู้จักในฐานนะกุนซือที่แบบบ้างานมาก ชอบการซ้อมที่เข้มข้น ฟิตเนสต้องถึง คอนเต้ จะคอยจับตามองคุณทุกก้าวเดิน ไม่ปล่อยให้ใครไม่เต็มที่ในสนามซ้อม นักเตะคนไหนทำได้ตามที่เขาวางแผนไว้ ก็จะสามารถขึ้นมาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมได้

ดูไฮไลท์ผ่านเว็บฟีฟ่า555

FIFA555 เป็นเว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณสามารถรับชมคลิปไฮไลท์บอลล่าสุดผ่านทุกอุปกรณ์อัพเดทตลอด 24 ชั่วโมง ประกอบไปด้วยลีกชั้นนำมากมายทั้งพรีเมียร์ลีก ลาลีก้า บุนเดสลีก้า กัลโช่ เซเรีย อา ลีกเอิง และบอลถ้วยทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ยูโรป้า รวมถึงเกมระดับทีมชาติด้วย

หลายๆครั้งครับที่เราได้เห็นนักเตะที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง แต่กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของทีม คอนเต้ เช่น มาร์กอส อลอนโซ่, มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน, แอชลี่ย์ ยัง, กราเซียโน่ เปลเล่, วิคเตอร์ โมเซส และ เอ็มมานูเอเล่ จัคเครินี่ นี่คือหนึ่งในหลายๆชื่อที่เก่งขึ้นมากในยุค คอนเต้ คุมทีม

หรือถ้าเรายกตัวอย่างระดับบิ๊กเนม โรเมลู ลูกากู ตอนที่ล้มเหลวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วย้ายไปอยู่ อินเตอร์ มิลาน แล้ว คอนเต้ ก็ทำให้เขากลายเป็นดาวซัลโว เซรียอา และพา งูใหญ่ คว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรียอา ครั้งแรกในรอบ 11 ปี ลูกากู บอกว่า “ผมพร้อมสู้ตายให้คนอย่าง คอนเต้”

“เขาเป็นคนที่บอกกับผมตรงๆ ว่า ถ้าผมไม่ทำงานหนักในสนามซ้อม ผมก็จะไม่ได้ลงเล่น ดังนั้นผมจึงตั้งใจซ้อมมากๆ เรียนรู้วิธีการสอนของเขา หลัก ๆ แล้วเขาสอนแนวทางหลายอย่างที่สำคัญๆ เช่น การเล่นอย่างไรตอนที่ผมหันหลังให้ประตู” นี่คือสิ่งที่เขาพยายามเน้นย้ำตลอดเวลา

ซ้อมโหดเหมือนโกรธลูกทีม

การซ้อม ทำงานให้มันหนัก อย่างพูดอะไรมาก ฟัง ทำตาม คิด และเอาไปใช้งาน เขาพยายามเรียกร้องแบบนี้เสมอครับ กับนักเตะทุกคนรวมถึงแนวทางของบอร์ดบริหารด้วย เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่เค้าวางเอาไว้ และเมื่อได้สิทธิ์ขาดในการทำทีม คอนเต้ ก็สามารถทำทีมได้ออกมาในแบบที่ต้องการ

สิ่งที่มันเด่นชัดที่สุดก็คือ การแสดงจุดยืน และบุคลิกของตัวเองให้นักเตะเห็น เขาอาจจะดูน่ากลัว เพราะเขาเคยมีบทเรียนมาแล้วว่า ถ้ายอมใจอ่อน ยอมสบายๆเกินไป ผลกระทบมันจะตามมาเป็นลูกโซ่ เอ็มมานูเอล คาญาโอ้ อดีตหัวหอกของ เซียน่า เคยบอกว่า

“คอนเต้ เคยไล่ผมระหว่างฝึกซ้อมกับกองหน้าอีกคนที่ชื่อว่า เรจินัลโด้ เขาบอกว่าถ้าไม่อยากทำงานก็ออกไปอาบน้ำแล้วกลับบ้านได้เลยไอ้นรก เขาพูดแบบนั้นจริง ๆ เขาวัดใจผมด้วยคำพูดแรง ๆ แต่มันทำให้ผมกลับไปนอนคิด อีกวันผมกลับมาซ้อมกับทีมแล้วคิดว่าผมจะเอาด้วยกับเขา”

เอ็มมานูเอล คาญาโอ้

“และเมื่อผมทำตามก็รู้สึกได้ทันทีว่านี่คือโค้ชที่เก่งที่สุดที่ผมเคยเจอเเล้ว เขาใจร้ายแต่ทำให้คุณเล่นได้ดี เขาจะผลักดันคุณเกินกว่าขีดจำกัดที่ตัวคุณเองคิดว่าจะทำได้ เขาจะลากทุกคนไปพร้อม ๆ กับเขาหากยอมทำตามที่เขาบอก ผมขอบคุณโค้ชอย่างคอนเต้ได้เป็นร้อยครั้งไม่รู้จบ”

“ปีนั้นผมยิงไป 18 ลูก แบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ปฏิกิริยาของ คอนเต้ อาจจะทำให้คุณหวาดระแวงเขาอยู่บ้าง เเต่เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะรู้เองว่าเรื่องกลยุทธ์นั้นเขาไม่พลาดง่าย ๆ แน่นอน”  นี่คือวิธีการสื่อสารของ คอนเต้ ตรงไป ตรงมา หนักแน่นกระแทกใจ

ไฮไลท์บอลล่าสุด

เพราะเขาเชื่อว่าในการทำงานเป็นทีม และพาลูกทีมลงสนามซ้อมเวลามันมีไม่มาก อะไรที่มันไม่ถูกต้อง แก้ไข ปรับปรุง เพื่อไม่ให้ปัญหานั้นลงลามใหญ่โต เมื่อคุณเข้าสู่โหมดบ้าเลือดของ คอนเต้ ได้ คุณจะเป็นนักเตะที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน อันเดรีย ปีร์โล่ ที่เคยทำงานกับ คอนเต้ มา 3 ปี

ช่วงที่อยู่กับ ม้าลาย เคยเปิดเผยผ่านในอัตชีวประวัติของตัวเองว่า “คนอย่าง คอนเต้ พูดไม่กี่คำกับคุณหรอก คำพูดง่าย ๆ แต่พิชิตนักเตะยูเวนตุสทั้งทีมรวมถึงผมด้วย เขาคือโค้ชที่เหมือนมีไฟไหลผ่านในเส้นเลือด ทุกการเคลื่อนไหวของเขาดูอันตรายอย่างกับงูพิษ”

อันเดรีย ปีร์โล่

“เมื่อ คอนเต้ พูด คำพูดของเขาทำร้ายคุณแน่ แต่คำพูดพวกนั้นแหละจะพังกำแพงความคิดของคุณได้” เพราะว่าเขาเป็นคนที่ตรงไปตรงมา ทั้งหมดทั้งมวลคิดว่าหลายคนอาจจะนึกภาพออกตามครับว่า คอนเต้ เป็นกุนซือที่มีวิธีการทำงานที่ชัดเจนมากๆ ถ้านักเตะคนไหนไม่เห็นด้วยกับเขา

พร้อมให้ออกทันที หรือแม้กระทั่งผู้บริหารที่จะมาแทรกแซงการทำงานของเขา ในฐานะลูกจ้าง คอนเต้ ก็พร้อมจะเดินออกไป โดยที่ไม่มีการอาลัยอาวรณ์ด้วยซ้ำ เพราะเขาไม่อยากฟืนทำสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง ตอนที่ออกจาก ยูเวนตุส เขาก็ทะเลาะกับ อันเดรีย อันเญลี่ ที่เคยแต่งตั้งเขามากับมือ

กับสโมสร เชลซี เขาก็มีปัญหากับบอร์ดบริหาร และล่าสุดกับ อินเตอร์ มิลาน ต่อให้มีแชมป์ กัลโซ่ เชเรียอา แต่แนวทาง ปรัชญา วิธีการทำทีมของบอร์ดบริหารมันไม่ตรงกับวิธีการของเขา คอนเต้ เลยต้องเดินออกมา ทุกอย่างต้องอยู่ในการควบคุมของเขาครับ นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

การเป็นคนที่มีระบบการทำงานแบบนี้ ข้อดีก็คือคุณจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการนั้นเอง แต่ข้อเสียก็คือ เขาไม่เคยยอมอ่อนให้กับใครครับ ซึ่งมันก็ถือเป็นเรื่องยากกับการที่ต้องทำงานกับบอร์ดบริหารที่เป็นเจ้านายโดยตรงของเขา เพราะฉะนั้นช่วงเวลาหลังจากนี้น่าสนใจมากๆครับ

สเปอร์ส

กับการเข้ามารับงานที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และทุกคนก็รู้ดีอยู่แล้วครับว่า แดเนี่ยล เลวี่ เป็นประธานสโมสรที่อยู่ในระดับเขี้ยวลากดิน การผสานงานกัน การทำงานด้วยกันแบบนี้ มันอาจจะต้องมีการปรับตัวกันบ้าง แต่อย่างน้อยที่ สเปอร์ส ยังมีคนกลางอยู่อย่าง fabio paratici 

ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการของ ยูเวนตุส ในปัจจุบันย้ายมาเป็นกรรมการผู้จัดการฟุตบอลของ ไก่เดือยทอง เป็นคนคุ้นเคยกันครับ เคยทำงานกับ คอนเต้ สมัยอยู่กับ ยูเว่ เพราะฉะนั้นเราต้องมารอดูครับว่า เคมีเหล่านี้มันจะลงตัวรึเปล่า

สรุป “ค้อนเต้” โค้ชใหม่ ไก่เดือยทอง

โค้ชที่มีแนวทางมุ่งมั่น ชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม พร้อมชน พร้อมปะทะ ใครมาทำเล่นโดนแน่ๆ มันเหมือนเป็นสัญญาณบ่งบอกครับว่า นักเตะ สเปอร์ส ทุกคน หมดเวลาเล่นกันแล้ว ได้เวลาเอาจริงแล้วในยุคของ คอนเต้ แต่ในเรื่องของการทำงานร่วมกันได้รึเปล่ากับ แดเนี่ยล เลวี่ นั้น

อันนั้นก็อีกประเด็นนึงครับ รอให้อนาคตเป็นคำตอบแล้วกันครับ ฝากติดตาม FIFA55 ด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆครับ แล้วก็คิดเห็นอย่างไรบ้างกับบทความนี้ คอมเมนต์กันเข้ามาบอกกันได้ครับ วันนี้ขอตัวไปก่อนครับ สวัสดีครับ