Chat with us, powered by LiveChat

เกิดอะไรขึ้นกับ เอฟเวอร์ตัน? ภายใต้การคุมทีมของ “แลมพาร์ด”

แลมพาร์ด

แฟรงก์ แลมพาร์ด เขาคือกองกลางที่ยิงได้มากที่สุดบนเวที พรีเมียร์ลีก เป็นตำนานของสโมสร เชลซี สามารถติดทีมชาติอังกฤษ และสามารถยืนระยะได้ยาวนานถึง 10 ปี เป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ถูกยกย่องมากๆ แต่พอมาทำงานในการเป็นกุนซือมันไม่ง่ายอย่างที่คิด

ต้องกราบสวัสดีพวกพี่ๆผู้ติดตาม FIFA55 ทุกท่านครับ บทความในวันนี้ครับคือเรื่องราวของยอดทีม เอฟเวอร์ตัน เส้นทางในการดิ้นรนหนีตกชั้นก็ยังคลุมเครืออยู่ มันส่งผลกระทยโดยตรงต่อผู้จัดการทีมอย่าง แฟรงก์ แลมพาร์ด เราจะมาลองไล่เรียงกันครับว่าการคุมทีมของเขามันมีความยากตรงจุดไหนบ้าง

ประวัติ แฟรงก์ แลมพาร์ด

ต้องย้อนไปนิดนึงครับเรื่องของ แฟรงก์ แลมพาร์ด หลังจากที่แขวนสตั๊ดที่เมืองลุงแซม กับนิวยอร์ก ซิตี้ เอฟซี แลมพาร์ด ก็เริ่มลงเรียนในหลักสูตรโค้ชฟุตบอลเป็นระยะเวลา 2 ปี แล้วเขาก็เข้ามาคุมทีม ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ซึ่งถือว่าเป็นงานที่แจ้งเกิดได้เลยครับ

ย้อนกลับไปในช่างปี 2017-18 ก่อนที่ แลมพาร์ด จะเข้ามา ดาร์บี้ จบอันดับ 6 ของตารางแชมเปี้ยนชิพ ได้สิทธิ์เพลย์ออฟแต่ว่าทำไม่สำเร็จ พวกเขาลงทุนไปเยอะแตะหลัก 10 ล้านปอนด์ กับบรรดานักเตะอย่าง ทอม ลอว์เรนซ์, อังเดร วิสดอม, ทอม ฮัดเดิลสตัน, คาเมรอน เจอโรม และคนอื่น ๆ อีกมาก

นิวยอร์ก ซิตี้ เอฟซี แลมพาร์ด

มันจึงทำให้ ดาร์บี้ นั้นต้องแบกภาระค่าเหนื่อยนักฟุตบอลเหล่านี้เกินความจำเป็น และมันเป็นจุดเริ่มต้นของการขาดทุนของสโมสรจนโดนตัดแต้มในซีซั่นนี้ถึง 21 คะแนน ส่งผลให้พวกเขาตกชั้นสู่ลีกวันเป็นที่เรียบร้อย แต่ถ้าเราย้อนกลับไปในช่วงซัมเมอร์ปี 2018 

แลมพาร์ด ได้เข้ามารับงาน และสิ่งที่เขาพยายามทำก็คือ ลดค่าเฉลี่ยอายุของนักเตะภายในทีม เพราะว่าบรรดานักเตะชื่อดังที่อยู่ในทีมมักจะมีอายุเลข 3 กันทั้งนั้น แลมพาร์ด บอกว่าไม่ได้ ต้องเป็นนักเตะที่มีอายุน้อย มีความสามารถ มีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง และทัศนคติที่ดี

หลังจากนั้นเขาก็เริ่มงานโดยการยืมตัวดาวรุ่งหลายคนเขามาในทีม โดยเฉพาะจาก เชลซี สโมสรเก่าของเขา เมสัน เมาท์, ฟิกาโย โทโมริ จาก เชลซี, เเฮร์รี่ วิลสัน จาก ลิเวอร์พูล ทั้งหมดกลายเป็นกำลังสำคัญของ ดาร์บี้ ในซีซั่นนั้น และผลงานค่อยๆเติบโตขึ้นมา

ดาร์บี้ ได้เข้าชิงเพลย์ออฟรอบชิงชนะเลิศ ผลปรากฏว่าแพ้ ฟูแล่ม อย่างไรก็ตามมันเป็นงานแจ้งเกิดของเขา แลมพาร์ด บอกว่ามีความสุขมากในการทำงานที่ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เป็นปีแรกที่ยอดเยี่ยมมาก ถึงแม้ว่าจะไปไม่ถึงฝันเพราะว่าแพ้ในรอบเพลย์ออฟซะก่อน

ดาร์บี้ เคาน์ตี้

แต่ถ้าเรากลับไปมองในจุดเริ่มต้นจะเห็นว่า ทีมมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ลดอายุเฉลี่ยของนักเตะในทีมลงได้ เปลี่ยนสไตล์การเล่นให้มันดุดันขึ้น เล่นเกมรุกมากขึ้น เป็นงานที่ผมภาคภูมิใจมากๆ มันเหมือนเป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้ และก็ทำให้ตัวเองมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น

มันเป็นฟุตบอลที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสูงมาก เต็มไปด้วยนักเตะที่มีศักยภาพ มีความทะเยอทะยาน และมีทัศนคติที่ดี แลมพาร์ด ชอบอยู่แล้วกับทีมที่มีเด็กดาวรุ่งเยอะๆ เขาใช้วิธีที่ตัวเองได้รับมาในสมัยเป็นอดีตนักเตะ เวสต์แฮม กับที่ สิงห์บลูส์ เชลซี

บทความแนะนำสำหรับนักพนันมือใหม่

แลมพาร์ด บอกว่าต้องเข้าหานักเตะทุกคนภายในทีม พูดคุยสื่อสาร เพื่อที่จะทำให้ความสัมพันธ์มันดีทั้งในและนอกสนาม และตัวเขาจะพยายามหาทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับนักเตะทุกคน เหนือสิ่งอื่นใดคือการผลักดันศักยภาพของนักเตะเหล่านั้นให้ออกมา ให้พัฒนาขึ้น

ทุกอย่างเริ่มดูสวยงามมากครับ และผลงานตรงนั้นมันทำให้ชื่อของ แลมพาร์ด ถูกจับตามองโดยผู้บริหารของ เชลซี ต้นสังกัดเก่าของเขา ช่วงฤดูกาล 2019-20 ถ้าใครจำกันได้ ปีนั้น เชลซี มีปัญหาเรื่องของการโดนลงโทษ ไม่สามารถลงทะเบียนนักเตะใหม่ได้

เชลซี

ดังนั้นจึงเอานักเตะเยาวชนที่มีอยู่ผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ซึ่งหากจะมีใครสักคนที่สร้างทีมจากเด็กดาวรุ่ง แฟรงก์ แลมพาร์ด ก็ดูน่าสนใจ นอกจากนี้ด้วยความเป็นคนใน เป็นตำนานแห่ง สแตมฟอร์ด บริดจ์ มีความสนิทสนมผู้คนในบอร์ดบริหาร และเป็นที่รักของแฟนบอล

แลมพาร์ด กลับบ้านเก่า

ทุกอย่างมันลงตัว สุดท้าย แฟรงก์ แลมพาร์ด ก็เปิดตัวกลายเป็นกุนซือคนใหม่ของ เชลซี ในซัมเมอร์ 2019 เขาเริ่มต้นด้วยการไม่ได้คาดหวังมากจนเกินไป ไม่เหมือนอดีตกุนซือบิ๊กเนมหลายๆคนก่อนหน้านั้นของ เชลซี แต่ แลมพาร์ด เข้ามาในสถานะที่ทุกคนรู้ครับว่ามันไม่ง่าย

สมัครสมาชิก FIFA555 ผ่านไลน์

ทุกคนรู้ว่า เชลซี ถูกลงโทษแบน จากการลงเบียนนักเตะใหม่เข้ามา แบบว่าซื้อใหม่ซื้อได้ แต่ลงทะเบียนใช้งานไม่ได้ หมายความว่ามันก็ไม่มีประโยชน์อะไรจากการที่ไปซื้อนักเตะใหม่ สาเหตุก็คือพวกเขาทำผิดกฏในการเซ็นสัญญานักเตะต่างชาติที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

ดังนั้นหลักการในปีแรกของ แลมพาร์ด ก็คือสร้างพื้นฐาน จัดระเบียบโครงสร้างกันใหม่ โดยให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งของสโมสรเติบโตขึ้นมา แลมพาร์ด บอกตั้งแต่วันแรกเลยครับว่า ถึงเวลาของเด็กดาวรุ่งแล้ว เขาจะใช้บรรดาเด็กดาวรุ่งเหล่านี้ผสมผสานกับตัวเก่าที่มีอยู่ในทีม

เชลซี

เพราะเขาคุ้นเคยดีกับโครงสร้างสโมสรของทีม รู้ว่าเด็กๆของ เชลซี จริงๆแล้วมีดีแล้วพยายามผลักดันขึ้นมา แต่ละคนมีความกระหายอยาก มีความทะเยอทะยานที่จะได้รับโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ ซึ่งพวกเขาเติมโตพอแล้วที่จะรับผิดชอบในการเป็นนักเตะของ เชลซี

คราวนี้ แลมพาร์ด ก็ลุยเลยครับ เอานักเตะที่ให้ยืมไปอยู่กับ ดาร์บี้ เมสัน เมาท์ และ ฟิกาโย โทโมริ ดึงตัวกลับมา แล้วก็ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ทันที ยังมีพวก รีซ เจมส์, แทมมี่ อับราฮัม, อันเดรียส คริสเตียนเซ่น และ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย พวกเขาเหล่านี้ก็ถูกผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่หมดเลย

FIFA555.NET รวมทีเด็ดบอลจากเซียนชั้นนำ

รวมลิงค์การวิเคราะห์ฟุตบอลและทีเด็ดบอลจากลีกชั้นนำทั่วโลก ผ่านบรรดาเซียนชั้นนำที่ทางเว็บ FIFA555 คัดสรรมาเป็นอย่างดี ด้วยรูปแบบการเข้าถึงที่ง่ายสะดวกรวดเร็วเหมาะแก่นักพนันทุกเพศ ทุกวัย โดยสามารถเลือกคู่ที่น่าสนใจทั้งพรีเมียร์ลีก ลาลีก้า บุนเดสลีก้า กัลโช่ เซเรีย อา ลีกเอิง ได้ตลอดทุกวันไม่มีวันหยุดลีกเล็กเราก็มีให้ หรือจะบอลทีมชาติก็ไม่มีพลาด ครบทุกคู่ ทุกแมตช์ ทั้งฤดูกาล ที่นี่ที่เดียว

และเด็กๆเหล่านี้ก็โชว์ผลงานได้ดี จบท็อปโฟร์ได้รองแชมป์ เอฟเอ คัพ เพียงแต่ว่าปีถัดมาหลังจากที่ทีมพ้นโทษแบน เชลซี ก็กลับมาเป็นตัวของตัวเอง ซัมเมอร์ปี 2020 เปย์ไม่อั้น ไค ฮาแวร์ตซ์, ติโม แวร์เนอร์, ฮาคิม ซิเย็ค, เบน ชิลเวลล์, ธิอาโก้ ซิลวา และ เอดูอาร์ เมนดี้

รวมเม็ดเงินในซัมเมอร์นั้น 220 ล้านปอนด์ แต่ปรากฏว่ามันเริ่มมีปัญหา เพราะในปีนั้นผลงานมันตกต่ำ และบอร์ดบริหารเริ่มสงสัยในการทำทีมของเขา บรรดานักวิจารณ์คิดเห็นตรงกัน โดยมี David Ornstein อธิบายว่า เมื่อทีมมันเริ่มใหญ่ขึ้น มีนักเตะชื่อดังมากขึ้น

ไค ฮาแวร์ตซ์, ติโม แวร์เนอร์

ลงทุนสูงมากขึ้น แต่ทำให้ แฟรงก์ แลมพาร์ด ทำงานยากขึ้น เพราะนักเตะส่วนใหญ่เป็นนักเตะที่สโมสรเลือกเข้ามา ในฐานะผู้จัดการทีมที่เป็นลูกจ้าง หน้าที่ของเขาก็คือทำงานต่อไปโดยใช้กลุ่มก้อนของนักเตะใหม่ที่สโมสรจัดแจงเข้ามาให้ พอผลงานออกมาไม่ดี

ความเชื่อมั่นของบอร์ดบริหารในตัวเขาก็น้อยลง เขาก็มีคำถามไปยังบอร์ดบริหารมากขึ้น หนึ่งในเรื่องที่ถูกเปิดเผยก็คือ ความต้องการของ แฟรงก์ แลมพาร์ด จริงๆแล้วเขาอยากได้สุดคือ ดีแคลน ไรซ์ กองกลางจากทีมของ แวสต์ แฮมป์ ยูไนเต็ด และเป็นอดีตลูกหม้อของ เชลซี ด้วย

เพียงแต่ว่าพอนำเสนอขึ้นไปถึงบรรดาบอร์ดบริหารหนึ่งในนั้นก็คือ มาริน่า กรานอฟสกาย่า ซีอีโอและผู้ช่วยส่วนตัวของ โรมัน อบราโมวิช ปรากฏว่าไม่ผ่าน เหตุผลจากบอร์ดบริหารดูเหมือนว่าไม่ค่อยเห็นด้วยกับการลงทุนดึง ไรซ์ อดีตนักเตะเก่าของตัวเอง

ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล 70-80 ล้านปอนด์ในตอนนั้น แต่ แลมพาร์ด บอกว่าคนนี้นี่แหละจะเข้ามาเป็นตัวหลักในแดนกลางหรือแนวรับให้กับ เชลซี และสุดท้าย ไรซ์ ก็ไม่ได้ย้าย และความสัมพันธ์มันก็เริ่มสั่นคลอนมากยิ่งขึ้น พอไม่ชนะติดต่อกันหลายๆเกม ข่าวมันก็เริ่มมาครับ

ทูเคิ่ล

จนสุดท้าย มันก็เป็นอย่างที่เราทราบกันครับ แลมพาร์ด โดนปลด โทมัส ทูเคิ่ล เข้ามา แล้ว เชลซี ก็เดินหน้าไปสู่ถ้วยแชมป์ ยุโรป ปรากฏว่างานในฝันที่เขาเคยคิดถึงกับการที่ได้กลับมาคุม เชลซี สุดท้ายแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างฝัน การอยู่ในองค์กรที่ใหญ่มีความคาดหวังสูง

แล้วต้องคิดถึงปัจจัยอีกหลายๆอย่างก่อนที่จะตัดสินใจอะไรสักอย่าง สิทธิ์ขาดทั้งหมดก็ไม่ได้อยู่ที่เขา แล้วตัวของเขาเองก็ต้องยอมรับว่า ต่อให้คุณประสบความสำเร็จในฐานะการเป็นนักฟุตบอลมากขนาดไหน แต่ในฐานะผู้จัดการทีมเขาคือมือใหม่

สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์

 

 *เมื่อยืนยันการสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ให้รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปทาง Line ของท่าน*

เรื่องศาสตร์ เรื่องการบริหาร เรื่องการรับมือกับปัญหา มันต้องเรียนรู้อีกเยอะพอสมควร สภาพแวดล้อมที่มันตรึงเครียด มีตัวละครเยอะแยะมากมายภายในสโมสรที่เขาต้องรับมือด้วย การตกงานครั้งนั้นทำให้ แลมพาร์ด วางงานอยู่ 1 ปีเต็ม จนกระทั่ง เอฟเวอร์ตัน เข้ามา

งานล่าสุดที่แสนยากลำบาก

เอฟเวอร์ตัน เริ่มต้นซีซั่น 2021-22 กับ ราฟาเอล เบนิเตซ ช่วงต้นซีซั่นสวนหรูชนะติดต่อกัน 3 นัดรวด แต่พอเขาโดนปลดปลายเดือนช่วงมกราคม แลมพาร์ด ก็อยู่ในลิสต์น่าสนใจ แม้ว่าตอนแรกจะมีข่าวกับโค้ชโปรตุเกส อย่าง วิเตอร์ เปไรร่า แต่สุดท้ายก็เลือก แฟรงก์ แลมพาร์ด

เอฟเวอร์ตัน

มันคือการเดิมพันครั้งสำคัญ เพราะ เอฟเวอร์ตัน ยังต้องการคะแนนเพื่อความอยู่รอด ซึ่งถ้าเรามองว่าทีมฟุตบอลทีมหนึ่งต้องการหนีตกชั้นต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง อันดับแรกคือโค้ชต้องมีศักยภาพ มีประสบการณ์ ต้องปลุกเร้า ต้องสร้างบรรยากาศใหม่ให้ทีม

แต่สิ่งที่ แลมพาร์ด แสดงออกมาหรือจากที่เคยคุม ดาร์บี้ และ เชลซี เขาไม่เคยอยู่ในช่วงเวลาแบบนี้ นี่เป็นประสบการณ์ใหม่เลย อยู่ ดาร์บี้ สามารถสร้างทีมของตัวเองได้เลย เริ่มนับหนึ่งใหม่ได้เลย อยู่ เชลซี ปีแรกสามารถใช้เด็กดาวรุ่งลงสนาม แต่พอปีที่ 2 รับมือไม่ได้

แต่พอมาอยู่ เอฟเวอร์ตัน แตกต่างออกไปอีก เพราะเป้าหมายแรกต้องรอดให้ได้ก่อน คุณไม่มีเวลาต้องคิดเรื่องการสร้างทีม ซึ่งจุดนี้เป็นอีกเรื่องที่ แลมพาร์ด ยังไม่เคยเจอ และที่สำคัญขุมกำลังที่มีอยู่ในมือมันก็หลากหลายชนิดหลากหลายประเภท มาจากหลากหลายกุนซือก่อนหน้านี้

แต่ละคนเข้ามาก็ซื้อตัวนักเตะที่ตัวเองอยากจะทำเข้ามา แซม อัลลาร์ไดซ์, โรนัลด์ คูมัน, คาร์โล อันเชล็อตติ และ ราฟาเอล เบนิเตซ เพราะฉะนั้นหมายความว่า แลมพาร์ด เข้ามาด้วยเป้าหมายที่เขาไม่เคยเจอนั้นก็คือต้องหนีตกชั้นให้ได้ และมีกลุ่มนักเตะที่มีคุณสมบัติกระจัดกระจายเหลือเกิน

ทอฟฟี่

เอาแค่ 2 ข้อใหญ่ มันเป็นปัญหาใหญ่โตมาก เพราะเขาเป็นคนที่ขับเคลื่อนทีมด้วยความสดชื่น ต้องใช้พลังงานสูงมาก แต่ของที่มีในทีม เอฟเวอร์ตัน มันไม่ได้ตอบโจทย์เลย อีกหนึ่งบทความของคอลัมน์นิสต์ Oliver Kay บอกว่า นักเตะที่สโมสรตั้งความหวังเอาไว้

ที่จะเติบโตในมือของ แลมพาร์ด ได้ ก็มีครับ เช่น จอร์แดน พิคฟอร์ด, เบน ก็อดฟรีย์, โดมินิค คัลเวิร์ต เลวิน, ริชาร์ลิสัน และ แอนโทนี่ กอร์ดอน แต่ที่เหลือมันไม่ใช่ กลุ่มก้อนที่ถูกจริตกับเขามีแค่หยิบมือเดียว ที่เหลือก็เป็นกลุ่มนักเตะที่ไม่ก็เก๋าไปเลยหรืออายุมาก

ก็เป็นนักเตะระดับกลางๆที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ยกย่องหรือสอบผ่านแต่อย่างใด แต่เอฟเวอร์ตัน ก็พยายามสนับสนุน แลมพาร์ด อยากได้ใครก็เสริมให้ ซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็ได้ เดเล่ อัลลี มาจาก สเปอร์ส และ ดอนนี่ ฟาน เดอเบ็ค มาจาก เเมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทั้งสองคนถูกคาดการณ์ว่าเข้ามาแล้วจะยกระดับทีม แต่ปรากฏว่าอย่างที่เห็น ทุกวันนี้ขอแค่ลงเล่นก่อนครับ ทั้ง อัลลี ทั้ง ฟาน เดอเบ็ค ยังไม่รู้เลยครับว่าตรงจุดไหนดีที่สุด เล่นตำแหน่งไหนดีที่สุด หรือจะช่วย แลมพาร์ด ได้อย่างไร เพราะส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการรักษาอาการบาดเจ็บ

แกรี่ เนวิลล์

เป็นแค่ตัวสำรอง เรื่องนี้ แฟรงก์ แลมพาร์ด เคยให้สัมภาษณ์กับ แกรี่ เนวิลล์ ผ่านช่องทางของ สกาย สปอร์ต บอกว่า สมัยตอนที่ยังว่างงานอยู่ เขาอยากได้งานที่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ ซึ่งสถานการณ์ตรงนี้ถ้าคุณสอบผ่านได้ ถ้าคุณพา เอฟเวอร์ตัน รอดได้

คุณก็สามารถเดินหน้าต่อไปในเส้นทางเป็นยอดผู้จัดการทีมได้ แต่ตอนนี้ทั้งหมดทั้งมวลของปัญหา ถ้าเรามองที่สโมสรก่อนคือ ถ้าเป้าหมายมันยาก มันเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับ แลมพาร์ด รวมถึงกลุ่มก้อนของตัวนักเตะที่ค่อยไม่ตอบโจทย์ต่อแผนงานของเขา

อัลลี่

แต่อย่าลืมครับว่า ก่อนรับงาน แลมพาร์ด ก็รู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายของสโมสรคืออะไร นั้นคือการรอดตกชั้น และต่อมาข้อ 2 ในฐานะการเป็นผู้จัดการทีม สิ่งที่คุณต้องทำคือเค้นศักยภาพหรือคุณภาพของกลุ่มนักเตะที่มีให้ออกมาดีที่สุด เพราะฉะนั้นคำกล่าวอ้าง

ที่บอกว่าคุณภาพของนักเตะ เอฟเวอร์ตัน หรือทัศนคติของนักเตะในตอนนี้มันไม่ตอบโจทย์ ณ. ตอนนี้มันพูดลำบาก เพราะต่อให้นักเตะมันไม่ตอบโจทย์ ผู้จัดการทีมที่เก่งก็สามารถยืดหยุ่นได้ และเรายังไม่เห็นว่า แลมพาร์ด สามารถทำได้ในจุดๆนี้ สิ่งสำคัญคือช่วงท้ายฤดูกาล

เอฟเวอร์ตัน

เขามีด่านทดสอบในการพาทีมรอดให้ได้ เพราะถ้าเทียบรายชื่อนักเตะบรรดาคู่แข่งที่อยู่ในโซนใกล้ๆกันเนี่ย เบรนท์ฟอร์ด, ลีดส์, คริสตัล พาเลซ, ไบรท์ตัน ผมก็ยังเชื่อว่า เอฟเวอร์ตัน ชุดนี้ก็ไม่ได้เป็นรองทีนไหน เพราะฉะนั้นอยู่ที่ตัวกุนซือครับ ว่าเขาจะสามารถพาทีมอยู่รอดได้หรือเปล่า

สรุป แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เอฟเวอร์ตัน

ถ้าเราตั้งคำถามว่า ความยากคืออะไร โอเครครับ สถานการณ์มันกดดัน นักเตะอาจะยังไม่ตอบโจทย์กับวิธีการทำทีม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความยากอยู่ที่ แฟรงก์ แลมพาร์ด นั้นแหละครับ ว่าจะทำยังไงให้ทีมตอนนี้เจอระบบที่มันชัดเจนที่สุด เจอวิธีการเล่นที่มันดีที่สุด

แล้วเดินหน้าเอาตัวรอดให้ได้ อยู่บนเวทีพรีเมียร์ลีกต่อไปให้ได้ น่าสนใจมากครับในช่วงที่กดดันมากๆสำหรับ เอฟเวอร์ตัน รวมถึงแฟนๆ ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ด้วย คิดว่า แฟรงก์ แลมพาร์ด จะพาทีมรอดได้หรือเปล่า? ลองคมเมนต์เขามาบอกกันได้ สำหรับวันนี้ผมก็ต้องขอตัวลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ