Chat with us, powered by LiveChat

ย้อนรอย 21 ปี แห่งความทรงจำ “ลิโอเนล เมสซี่” ตำนาน บาร์เซโลน่า

เมสซี่

เปิดตัวกันไปแล้วนะครับ กับ ลิโอเนล เมสซี่ ย้ายซบ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นที่เรียบร้อย โดยเจ้าตัวได้ใส่เสื้อเบอร์ 30 กลายเป็นว่าทีมจากเมืองน้ำหอมจะมีสามผสานกองหน้าสุดโหดอย่าง ลิโอเนล เมสซี่, เนมาร์ และ เอ็มบัปเป้ เป็นหัวหอกสำคัญในการล่าแชมป์ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และโทรฟี่อื่นๆอย่างเต็มตัว

กราบสวัสดีผู้ติดตาม FIFA55 ทุกท่านครับ วันนี้ผมจะพาไปย้อนรอย 21 ปี ของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ได้อยู่กับยอดทีมอย่าง เจ้าบุญทุ่ม ว่าจะมีเหตุการณ์ไหนสำคัญๆบ้าง ที่ทำให้แฟนบอล ยานแม่ หรือแฟนบอลทั่วโลกต้องจดจำไปจนวันตาย ถ้าเพื่อนๆพร้อมกันแล้ว เราไปติดตามรับชมกันได้เลยครับ

เรื่องราวของ ลิโอเนล เมสซี่ กลายเป็นกระแสอันดับหนึ่งในโลกของลูกหนังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากที่หมดสัญญากับ บาร์เซโลน่า ไม่สามารถต้อสัญญาใหม่ได้ ด้วยเรื่องของเพดานค่าเหนื่อยที่ก้าวข้ามไปไม่ได้ ทำให้ต้องย้ายมาอยู่กับ เปแอสเช กระแสในกรุงปารีสเต็มไปด้วยสีสันการต้อนรับสุดยิ่งใหญ่

แต่ในทางกลับกันที่ บาร์ซ่า เต็มไปด้วยความเสียใจ ความเสียดาย ที่นักเตะอย่าง เมสซี่ ต้องอำลาทีมไปแบบไม่อยากให้เรื่องมันลงเอยแบบนี้ แต่มันเกิดขึ้นแล้วทุกอย่างมันคงต้องเดินหน้าต่อไป อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะไปเริ่มต้นสร้างตำนานบทใหม่กับ ปารีสฯ เราย้อนกลับไปดูตอนที่เขาอยู่กับ บาร์เซโลน่า กันก่อน

เมสซี่

จุดเริ่มต้นของตำนาน “ลิโอเนล เมสซี่”

21 ปี ที่ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าอยู่ภายใต้สังกัดทัพ เจ้าบุญทุ่ม แน่นอนว่ามีความทรงจำมากมายเกิดขึ้น ตั้งแต่วันแรกที่ เมสซี่ สวมเสื้อสีน้ำเงินเลือดหมู เขาเป็นเด็กจากเมืองโรซารีโอ ประเทศอาร์เจนติน่า ย้ายมาร่วมทัพ บาร์ซ่า ในวันที่ 14 ธันวาคม ปี 2000 ด้วยการเซ็นสัญญาบนกระดาษเช็ดปากชิ้นเล็กๆ

ร่วมกับ Carles Rexach ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสโมสร ณ. ตอนนั้น หลังจากนั้น 16 พฤศจิกายน ปี 2003 คือวันแรกที่โลกได้รู้จักกับผู้ชายคนนี้นั้นก็คือ ลิโอเนล เมสซี่ เขาได้ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องนัดที่ บาร์เซโลน่า เจอกับ เอฟซี ปอร์โต้ เป็นตัวสำรองลงไปในนาทีที่ 75 ณ. ตอนนั้นเขามีอายุเพียง 1 ปี กับ 175 วัน

จนกระทั่งเวลาผ่านไป 4 เดือน เมสซี่ ก็ได้รับสัญญานักฟุตบอลอาชีพฉบับแรกกับ บาร์ซ่า ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2004 แต่ว่าโอกาสลงเล่นก็ยังคงต้องลงเล่นให้กับชุดเยาวชนอยู่ ซึ่งในปีนั้นผลงานของเขาโดดเด่นเหลือเกินกับทีมชุดเบ ยิง 36 ประตู และพอเริ่มฤดูกาลใหม่ 2004-05

ก็มีเสียงเชียร์ โดยเฉพาะเพื่อนรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่พร้อมกับมีการพูดถึง เมสซี่ อยู่บ่อยครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือ โรนัลดินโญ่ ที่เป็นหัวหอกภายในทีม ได้เดินเข้าไปคุยกับ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด กุนซือของสโมสรว่าน่าจะเปิดโอกาสให้กับเด็กคนนี้ได้สักที จนกระทั่งการรอคอยสิ้นสุดลงครับ

เกมแรกในนามสีเสื้อ “บาร์ซ่า”

เกมนัดแรกมันเกิดขึ้นเมื่อวัน 16 ตุลาคม 2004 เมสซี่ ประเดิมสนามลา ลีกา ให้กับ บาร์เซโลน่า อย่างเป็นทางการ นัดเจอกับ เอสปันญ่อล เขาลงสนามเป็นสำรองในช่วง 8 นาทีสุดท้าย ลงเล่นแทน เดโก้ และนี่คือการปักหมุดว่าปฐมบทแห่งประวัติศาสตร์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เด็ก 19 ปี สะเทือน เอล กลาซิโก้ แน่นอนครับว่า ลิโอเนล เมสซี่ ที่ฉายแววเก่งมาตั้งแต่อายุ 19 ปี และหนึ่งในเกมแห่งความทรงจำก็คือเกม เอล กลาซิโก้ ในฤดูกาล 2006-07 ซึ่งเกิดขึ้นเพียงแค่นัดที่ 2 เกมดังกล่าวได้แข่งที่ คัมป์ นู และเป็น เรอัล มาดริด ได้ยิงขึ้นนำถึง 3 ครั้ง แต่ เมสซี่ ก็ยิงตามตีเสมอได้ทั้ง 3 ครั้ง

บทความแนะนำสำหรับนักพนันมือใหม่

ซึ่งประตูสุดท้ายเกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 90 พอดี แบ่งแต้มจาก เรอัล มาดริด ได้สำเร็จ โดยเกมนั้น บาร์ซ่า ได้เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ในช่วงท้ายครึ่งแรก การทำแฮตทริคในครั้งนั้น ทำให้ เมสซี่ เป็นนักเตะคนแรกตั้งแต่ Ivan Zamorano อดีตนักเตะ มาดริด ที่ทำแฮตทริคได้ในเกม เอล กลาซิโก้ ปี 1994-95

ทักษะการเลี้ยงบอลที่โลกต้องตะลึง

ซึ่งหลังจากนั้นเขากลายเป็นฮีโร่ของทีมทันทีครับ ด้วยวัย 19 ปี ต่อมาได้มีฉายาว่า เมสซี่โดน่า สิ่งหนึ่งที่คนจดจำได้เมื่อพูดถึง ลิโอเนล เมสซี่ คือทักษะการเลี้ยงบอลที่โลกต้องตะลึง ผู้ชมต้องอ้าปากค้าง และไม่มีครั้งไหนที่ติดตาตรึงใจไปมากกว่าเกม โกปา เดล เรย์ รอบรองชนะเลิศนัดแรก บาร์ซ่า พบ เกตาเฟ่

เกมนั้นเกิดขึ้นในวันที่ 18 เมษายน 2007 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 23 เมสซี่ ได้บอลทางกราบขวา ห่างจากประตูประมาณ 60 หลา แล้วหลังจากนั้นเขาก็เริ่มร่ายมนต์ครับ ใช้ความเร็วในการสปีดเลี้ยงบอลหลบผู้เล่นของ เกตาเฟ่ ถึง 4 คน ไปจนถึงกรอบเขตโทษ 

ก่อนปิดท้ายด้วยการเลี้ยงหลบผู้รักษาประตู แล้วก็ยิงด้วยเท้าขวาเข้าประตูไปอย่างรวดเร็ว จากลูกยิงดังกล่าว สื่อสเปนตั้งชื่อลูกยิงนี้ว่า เมสซี่โดน่า เพื่อรำลึกถึงลูกยองของ มาราโดน่า ซึ่งเคยทำได้ในเกมที่เจอกับทีมชาติอังกฤษ ในศึกฟุตบอลโลกปี 1986 ที่เลี้ยงบอลหลบผู้เล่น สิงโตคำราม ไปถึง 6 คน 

สมัครสมาชิก FIFA555 ผ่านไลน์

จากครึ่งสนามเข้าไปยิงประตูอย่างสวยงาม มันเป็นภาพที่คล้ายคลึงและใกล้เคียงกันมาก จึงเป็นที่มาของคำว่า เมสซี่โดนา ยังมีอีกหนึ่งเหุการณ์ที่เรียกว่า ลูกโขก “บัลลงดอร์” เป็นซีซั่นแรกของ เมสซี่ ที่สวมเสื้อหมายเลข 10 แทน โรนัลดินโญ่ หลังจากที่ เหยินน้อย ย้ายไปอยู่กับ เอซี มิลาน

แมตช์แจ้งเกิดของ เมสซี่

มันเป็นฤดูกาลแจ้งเกิดต่อสายตาคนทั้งโลก เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เจอกับ แมสเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2009 เกมนัดนั้น เมสซี่ โชว์ฟอร์มสมราคาแชมป์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะลูกโหม่งทำประตูในนาทีที่ 70 คนตัวเล็กอย่างเขาสปิ้นข้อเท้าขึ้นไป

เมสซี่ 2009

และโหม่งผ่านมือของผู้รักษาประตู แมนฯ ยูไนเต็ด เข้าไป ก่อนที่จะร่วงลงมารองเท้าหลุด มันเป็นภาพที่น่าจดจำ ยังทำให้ บาร์เซโลน่า คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้เป็นครั้งแรกบนหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร ลูกโหม่งดังกล่าวส่งผลให้เขาคว้ารางวัล บัลลงดอร์ สมัยแรกมาครอง

ยังเป็นการเปิดศักราชใหม่ของสองสุดยอดนักฟุตบอลแห่งยุค นั้นก็คือ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นั้นเอง ยุคทองที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธอยู่ในช่วง 2009-12 เขาคว้ารางวัล บัลลงดอร์ 4 สมัยซ้อน นี่คือเครื่องหมายการันตีว่าเขาคือนักบอลอันดับที่ 1 ของโลก และถ้าลงลึกเขาไปในรายละเอียด

ดูไฮไลท์ผ่านเว็บฟีฟ่า555

FIFA555 เป็นเว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณสามารถรับชมคลิปไฮไลท์บอลล่าสุดผ่านทุกอุปกรณ์อัพเดทตลอด 24 ชั่วโมง ประกอบไปด้วยลีกชั้นนำมากมายทั้งพรีเมียร์ลีก ลาลีก้า บุนเดสลีก้า กัลโช่ เซเรีย อา ลีกเอิง และบอลถ้วยทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ยูโรป้า รวมถึงเกมระดับทีมชาติด้วย

ยังมีรางวัลมากมายเกิดขึ้น ปี 2010 ได้รางวัลผู้เล่นแห่งปีของ ลาลีกา สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ด้วยวัยเพียงแค่ 23 ปี และคว้ารางวัลรองเท้าทองคำ ด้วยการยิงประตูในลีกถึง 34 ประตู แค่นั้นยังไม่พอครับ ในฤดูกาล 2010-2011 เขาก็คว้ารางวัลรองเท้าทองคำมาได้อีกสมัย ด้วยจำนวน 31 ประตู

และหลังจากนั้นฤดูกาลประวัติศาสตร์ก็มาถึง 2011-12 นั้นเป็นช่วงเวลาที่ เมสซี่ ยิงประตูจนคู่แข่งต้องร้องขอชีวิต ด้วยสถิติการพังตาข่าย 73 ประตู โดยยิงในลีกถึง 50 ประตู กลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอลกาลหลายวาระมาก ทั้งการยิงประตูให้ บาร์เซโลน่า มากที่สุดตลอดกาล ในเดือนมีนาคม 2012

แซงหน้า เซซาร์ โรดริเกวซ ที่ยิงไป 262 ประตู นอกจากนี้ยังมีสถิติยิงประตูรวมทุกรายการในกับสโมสรรวม 1 ซีซั่น แซง แกร์ด มุลเลอร์ ตำนานดาวยิงทีมชาติเยอรมัน ที่ยิงไป 67 ประตูในฤดูกาล 1972-73 ไม่เพียงเท่านั้นครับ ปี 2012 ยังเป็นปีที่ เมสซี่ ยิงประตูรวมกัน ทั้งในนามสโมสรและทีมชาติถึง 91 ประตู

ทุบสถิติเดิมของ แกร์ด มุลเลอร์ ที่ยิง 85 ประตู ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค และทีมชาติเยอรมันตะวันตกเมื่อปี 1972 ได้สำเร็จ กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด บันทึกไว้ว่า เป็นสถิติการยิงประตูในเกมฟุตบอลอาชีพตลอดปีที่มากที่สุด เรื่องต่อมาคือ 3 ผสาน MSN ถ้าจะกล่าวถึงการผสานงานของแนวรุกที่ถูกจดจำนะครับ

FIFA555.NET รวมทีเด็ดบอลจากเซียนชั้นนำ

รวมลิงค์การวิเคราะห์ฟุตบอลและทีเด็ดบอลจากลีกชั้นนำทั่วโลก ผ่านบรรดาเซียนชั้นนำที่ทางเว็บ FIFA555 คัดสรรมาเป็นอย่างดี ด้วยรูปแบบการเข้าถึงที่ง่ายสะดวกรวดเร็วเหมาะแก่นักพนันทุกเพศ ทุกวัย โดยสามารถเลือกคู่ที่น่าสนใจทั้งพรีเมียร์ลีก ลาลีก้า บุนเดสลีก้า กัลโช่ เซเรีย อา ลีกเอิง ได้ตลอดทุกวันไม่มีวันหยุดลีกเล็กเราก็มีให้ หรือจะบอลทีมชาติก็ไม่มีพลาด ครบทุกคู่ ทุกแมตช์ ทั้งฤดูกาล ที่นี่ที่เดียว

แนวรุกสะเทือนโลก MSN

ชื่อของ MSN ต้องอยู่ในนั้นครับ Messi, Suarez, Neymar นี่คือดาวยิงที่ช่วยถล่มประตูมากถึง 122 ประตู จากการมาของ เนย์มาร์ ในปี 2013 ตามด้วย หลุยส์ ซัวเรซ ในปี 2014 ทำให้ บาร์เซโลน่า สร้างจักรวรรดิใหม่แห่งวงการลูกหนังขึ้นมา และมันเป็นอีกก้าวกระโดดในหน้าประวัติศาสตร์เลยครับ

พร้อมกับกุนซือไฟแรงนามว่า หลุยส์ เอ็นริเก้ ที่พาทีมเป็นทริปเปิ้ลแชมป์ในปี 2014-15 ซึ่งถือว่าเป็นทริปเปิ้ลแชมป์ครั้งที่ 2 บนหน้าประวัติศาสตร์สโมสรครับ แต่ช่างเวลาแห่งความสุขมันสั้นเหลือเกิน พวกเขาลงสนามด้วยกันเพียงแค่ 3 ซีซั่นเท่านั้น หลังจากนั้น เนย์มาร์ ก็เลือกที่จะย้ายไปอยู่กับ เปเอสเช ในปี 2017

ซึ่งใครจะไปคิดครับว่าอีก 4 ปีถัดมา เมสซี่ ก็จะได้ย้ายตามไปอยู่กับ เนย์มาร์ ที่ ปารีสฯ ย้อนกลับไปครับในลูกยิง เมสซี่โดน่า เมื่อปี 2007 ระยะเวลาห่างกัน 8 ปี เมสซี่ ทำมันได้อีกครั้งหนึ่ง ในการแข่งขัน โกปา เดย์ เรย์ รอบชิงชนะเลิศ บาร์เซโลน่า เจอกับ แอธเลติก บิลเบา ที่ คัมป์ นู วันที่ 30 พฤษภาคม 2015

เมสซี่ ทำประตูสุดมหัศจรรย์อีกครั้ง และในรูปแบบที่เกิดขึ้นกับ เมสซี่โดน่า เลยครับ เมื่อเกมดำเนินไปถึงนาทีที่ 20 เมสซี่ ได้บอลที่ริมเส้นฝั่งขวาระยะห่างจากปากประตู 45 หลา ก่อนจะใช้ความเร็วกระซากมุดหนีผู้เล่นของ บิลเบา ถึง 5 คน และก็ปิดท้ายด้วยการยิงเข้าเสาแรก

ส่งผลให้ บาร์เซโลน่า ขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่จบเกมจะชนะไป 3-1 ลูกยิงสุดหวือหวานี้ถูกส่งเข้าประกวดใน “ปุสกัส อวอร์ด” ปี 2015 แต่ว่าได้เพียงแค่รองแชมป์ เพราะว่ารางวัล “ปุสกัส อวอร์ด” ในปีนั้นเป็นลูกยิงของ เวนเดล ลิรา นักเตะบราซิล 14 กุมภาพันธ์ 2016 เกมลีกนัดเหย้าเจอกับ เซลต้า บีโก้

บาร์เซโลน่า ชนะสบาย 6-1 แต่ว่าในระหว่างเกมนั้นมันเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น สิ่งที่สร้างความฮือฮาก็คือ จากจุดโทษ เมสซี่ เรียกจุดโทษได้เองในนาทีที่ 81 พาลากเลื้อยเข้าไปในกรอบเขตโทษจนถึงเส้นหลัง และก็แตะอ้อมกองหลังเพื่อที่จะวิ่งอ้อมมาเอาบอล แต่ว่าโดนทำฟาวล์ก่อน ผู้ตัดสินเป่าทันที

เมสซี่ รับหน้ายิงจุดโทษ ซึ่งถ้าเขายิงเช้าจะเป็นประตูที่ 300 ในลา ลีกา แต่สิ่งที่ เมสซี่ ทำนั้นมันเหนือความคาดหมาย เขาแตะบอลเบาๆไปด้านหน้าทางขวา และให้ หลุยส์ ชัวเรซ วิ่งตามเข้ามายิงประตูเข้าไป หลังจบเกมทุกคนคงคิดว่าลูกนี้คงมีความหมายแน่ๆ แต่จริงๆแล้ว ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย

เนย์มาร์ เป็นคนที่ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้เองว่า “ความจริงคือ เมสซี่ ได้ซ้อมกับผมไว้แล้ว ถ้าทีมได้จุดโทษ เขาจะแปะบอลออก แล้วผมจะเป็นคนวิ่งเข้าไปยิง แต่ในวันนั้น ซัวเรซ ดันแย่งผมวิ่งเข้าไปยิงซะงั้น” ถ้าจะนึกถึงท่าดีใจ ท่าที่เป็นสัญลักษณ์ของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ชัดเจน วิ่งเข้าไปที่มุมธง

กระโดดหมุนตัวแล้วก็ลงมาทำท่าเหวี่ยงมือลงไปข้างหลัง แต่ถ้านึกถึงท่าดีใจอันเป็นตำนานของ เมสซี่ ก็ต้องนึกถึงเหตุการณ์ “เอล กลาซิโก” ในปี 2017 เกมนั้น บาร์ซ่า บุกชนะ เรอัล มาดริด 3-2 ซึ่งประตูชัยเกิดขึ้นในช่วง 16 วินาทีสุดท้ายก่อนจบเกม ลูกยิงดังกล่าวส่งให้ เมสซี่

500 ประตู กับ บาร์เซโลน่า

กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของศึก “เอล กลาซิโก” จำนวนที่ 23 ประตู และเป็นประตูที่ 500 ของเขากับ บาร์เซโลน่า ซึ่งดาวยิงชาวอาเจนไตน์คนนี้ก็ฉลองด้วยการถอดเสื้อออกด้วยการชูเสื้อหมายเลข 10 ของเขาขึ้นมา และที่มันเจ๋งกว่านั้น การชูเสื้อในครั้งนี้เขาทำมันต่อหน้าแฟนบอล ราชันชุดขาว และเกิดขั้นในสนาม ซานติอาโก เบอร์นาเบว

500 ประตูเมสซี่

รู้อยู่แล้วครับว่า บาร์เซโลน่า นั้นประสบปัญหาหนี้สินมากมายนับตั้งแต่ยุค โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ด้วยการบริหารจัดการที่ผิดพลาดมีหนี้สินทะลุ 1,173 ล้านยูโร ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นมันทำให้ เมสซี่ ตัดสินใจส่ง “บูโรแฟกซ์” ขอฉีกสัญญาตัวเองวันที่ 25 สิงหาคม 2020 ทั้งๆที่เหลือสัญญาอีก 1 ปี

ทว่าในตอนนั้นไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากฝั่ง บาร์ซ่า และ ลา ลีกา ยึดเงื่อนไขว่าต้องทำก่อนวันที่ 30 มิถุนายน ก็คือทำก่อนจบฤดูกาลนั้นเอง แม้ว่าซีซั่นนั้นมันจะจบล่าช้า เพราะว่าสถานการณ์จากโรคระบาดโควิด-19 หลังจากนั้นฟ้าเปลี่ยนสี บาร์โตเมว ออกไป เป็น โจน ลาปอร์ต้า เข้ามาแทน

ไฮไลท์บอลล่าสุด

ด้วยการชนะการเลือกตั้งขึ้นมาเป็นประธานสโมสรอีกครั้ง และดูเหมือนว่าสถานการณ์ทุกอย่างกำลังคลี่คลาย เพราะว่า เมสซี่ กับ โจน ลาปอร์ต้า ค่อนข้างใกล้ชิดกัน เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ที่หลายคนไม่คาดคิดมันก็เกิดขึ้น สาเหตุเพราะว่าหลังหมดสัญญาในวันที่ 30 มิถุนายน 2021 ก็มีการเจรจาสัญญาฉบับใหม่

ซึ่งระหว่างตัวเขากับสโมสรทุกอย่างเรียบร้อย มีการเปิดเผยว่าจะมีการต่อสัญญาใหม่ 5 ปี ยินดีลดคว่าเหนื่อย 50% อย่างไรก็ตามด้วยอุปสรรค์ทางด้านการเงินที่ทาง บาร์เซโลน่า ไม่สามารถลดค่าใช้จ่ายตามลา ลีกา กำหนดได้ ทำให้เส้นทางการค้าแข้งของ เมสซี่ จบลงที่ 21 ปี 8 สิงหาคม 2021

สรุป ลิโอเนล เมสซี่ ตำนาน บาร์ซ่า

และนี่คือทั้งหมดครับ 21 ปี แห่งความทรงจำ “ลิโอเนล เมสซี่” ตำนาน บาร์เซโลน่า คิดเห็นอย่างไรบ้าง คอมเมนต์กันเข้ามาครับ หวังว่าเพื่อนๆคงได้สาระความรู้ ความเพลิดเพลิน ความสนุกสนานในบทความนี้ สำหรับวันนี้ผมคงต้องขอตัวลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ แล้วเจอกันใหม่ในโอกาสหน้า