Chat with us, powered by LiveChat

แมนฯ ยูไนเต็ด ไร้แชมป์หลายปี…มันเกิดอะไรขึ้น?

แมนยู

พวกเขาไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมาร่วมๆ 9 ปี แล้ว ปีล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้คือปี 2012-2013 ภายใต้การทำทีของ “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” หลังจากนั้น ปีศาจแดง ก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอีกเลย แม้ว่าจะได้รองแชมป์อยู่ฤดูกาลหนึ่ง แต่แต้มก็ห่างทีมแชมป์ค่อนข้างมากอยู่ดี

มันเกิดอะไรขึ้น หรือพวกเข้าเน้นเรื่องนอกสนามมากกว่า ก่อนที่จะเข้าเรื่องกัน ผมก็กราบสวัสดีผู้ติดตาม FIFA55 ทุกท่านครับ ถ้าไม่มีท่านเหล่านี้ เราก็คงไม่ได้เปิดมาถึงทุกวันนี้ ก็ขอขอบคุณจริงๆจากใจที่ไว้วางใจเราเรื่อยมาครับ ถ้าพร้อมกันแล้ว เรามาไขคำตอบเรื่องนี้พร้อมๆกันครับ

วันนี้เป็นเรื่องของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การที่ไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการเป็นแชมป์ หลายๆคนมักจะหาเหตุผลว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีอยู่ช่วงหนึ่งที่นายด่านหน้าธอร์ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของ ปีศาจแดง ให้สัมภาษณ์ว่า “หรือว่าทีมของเรามันจะโดนสาป”

“ผมก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราควรจะคว้าแชมป์ได้มากกว่านี้ แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น” ประโยคคำพูดประโยคนี้มันได้กลายเป็นไวรัลทันที ขนาด เด เคอา ยังออกมายอมรับด้วยตัวเองเลยว่า สโมสรต้องคำสาป แต่ถ้าเรามองแบบลงรายละเอียดให้มากกว่านี้ บางทีเราอาจจะเจอคำตอบ

เดเคอา

ให้ความสำคัญเรื่องไหนมากกว่ากัน?

สิ่งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังยืนอยู่ตรงนี้ ต้องตั้งคำถามว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องไหนมากกว่ากัน เรื่องในสนาม ผลงาน หรื่อเรื่องนอกสนาม ธุรกิจ เม็ดเงิน การตลาด เพราะที่ผ่านมามันบ่งบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด โดดเด่นในเรื่องของการทำธุรกิจจริงๆ

แล้วมันก็เดินสวนทางกับผลงานที่มันเกิดขึ้น ทำไมเป็นแบบนั้น เดี๋ยวลองไล่เรียงกันไปพร้อมๆกันครับ ถ้าเริ่มต้นต้องย้อนกลับไปในช่วงรีแบรนด์ของฟุตบอลลีกอังกฤษ สมัยก่อนลีกสูงสุดเขาเรียกว่า ดิวิชั่น 1 จนกระทั่งถึงปี 1992-93 มีการเปลี่ยนชื่อเป็น พรีเมียร์ลีก

สมัครสมาชิก FIFA555 ผ่านไลน์

และไม่ใช่แค่ชื่อ มันเปลี่ยนทุกอย่าง บทบาท อำนาจ การดูแล เพราะว่าองค์กรของพรีเมียร์ลีกแยกออกมาอิสระ เป็นการร่วมตัวของเหล่าสมาชิกในลีกสูงสุด เอามาทำกันเอง บริหารงานกันเอง หาเงินกันเอง เพื่อที่จะได้ก้าวข้ามเงื่อนไขกฏกติกาบางอย่างที่มันขัดขวางความเจริญ

และปรากฏว่ามันเวิร์คมากครับ เพราะว่าประเทศอังกฤษพยายามจะพัฒนาเศรษฐกิจของตัวเองไปสู่โลกของทุนนิยม ตั้งแต่ในยุคของ มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ยุค 80-90 และช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง และโมเดลนี้ก็ถูกนำมาใช้กับเกมลูกหนังทุกชนิด

มาร์กาเร็ต แทตเชอร์

และหลังจากนั้นมูลค่ามันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด รายได้จากสปอนเซอร์ ตั๋วเข้าชมราคาสูงขึ้น ถึงแม้มันต้องแลกมากับบรรดาคนท้องถิ้นนั้นเข้าถึงได้ยากยิ่งขึ้น เพราะราคามันสูงขึ้น สุดท้ายมันก็ทำให้ฟุตบอลอังกฤษนั้นกลายเป็นธุรกิจเต็มตัว ซึ่งปฏิเสธไม่ได้

บางสโมสรก็ใช้โอกาสพิเศษตรงนี้พัฒนาตัวเองขึ้นมา สร้างความยิ่งใหญ่นอกสนาม และกลายเป็นผู้เดินหมากเกมธุรกิจเรื่องเม็ดเงิน หนึ่งในนั้นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีต้นทุนที่ดีก็คงประมาณนั้น พวกเขากลายเป็นยอดทีมในยุค 90 

คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 7 สมัย ใน 10 ปีแรก ร่วมถึงการคว้าทริเปิ้ลแชมป์ในปี 1999 พรีเมียร์ลีก, แชมเปี้ยนส์ ลีก และ เอฟเอ คัพ นอกจากนี้ยังมีซุปเปอร์สตาร์แตกต่างคาแร็กเตอร์ มันเลยทำให้แฟนบอลหรือบรรดาแฟนบอลส่วนตัวนักเตะเหล่านั้นมีหลากหลายกลุ่มเป้าหมาย

นั้นหมายความว่ากลุ่มลูกค้าก็หลากหลายไปด้วย ถ้าคุณชอบแบบกล้าแกร่งดุดัน รอย คีน คุณชอบแบบศิลปินคาดเดาลำบาก เอริค คันโตน่า คุณชอบแบบดาวรุ่งกระชากลากเลื้อย ไรอัน กิ๊กส์ หรือคุณชอบแบบหล่อบอยแบรนด์ เดวิด เบ็คแฮม มันทำให้ตลาด ปีศาจแดง กว้างมากขึ้น

เอริค คันโตน่า

นั้นหมายความว่าคุณจะมีกลุ่มลูกค้าที่มันใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัจจัยหลักของมันจริงๆก็คือเรื่องผลงาน ถ้าจะบอกว่ามาพีคมาเก่งในช่วงถูกที่ถูกเวลาก็คงจะเป็นประมาณนั้น ถ้าหากเราย้อนกลับไปในช่วงของยุค 90 เป็นช่วงของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ฟูมฟัก ยูไนเต็ด จนกวาดรางวัลทุกรายการ มันยิ่งทำให้ความนิยมนั้นเติบโตขึ้นด้วยความรวดเร็ว ที่สำคัญอย่าลืมความทุกอย่างมันเปิดกว้างหมดแล้ว ไม่ได้มีแค่ผลกระทบหรืออิทธิพลต่อแฟนบอลท้องถิ่นเท่านั้น แต่พรีเมียร์ลีกทำให้ฟุตบอลอังกฤษนั้นกระจายไปทั่วโลก

บทความแนะนำสำหรับนักพนันมือใหม่

เป็นลีกแรกที่ทำตลาดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไปทั่วทุกมุมโลก พร้อมกับเจาะตลาดวงการฟุตบอลของประเทศอื่นๆไปด้วย ซึ่งตอนนั้นลีกใหญ่ของยุโรปยังแทบไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้ อย่างบ้านเรา เราก็ต้องยอมรับว่าได้ดูการถ่ายทอดสดมากกว่าคนในท้องถิ่นประเทศอังกฤษด้วยซ้ำ

และพอสินค้ามันได้เห็นกันบ่อยๆ มันก็ค่อยๆซึมซับกันไปเรื่อยๆ รูปเกมที่สนุกเร้าใจตื่นเต้น จนกลายเป็นของที่ขาดไม่ได้ครับ เรียกได้ว่าพรีเมียร์ลีกนั้นเป็นลีกที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโลก และแฟนบอลก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ถ้าใครดูบอลมาในยุค ดิวิชั่น 1

สตาร์ซอคเกอร์

ความเข้าถึงฟุตบอลอังกฤษมันยากมากในสมัยก่อน มีแค่หนังสือสตาร์ซอคเกอร์ มีแค่สื่อเฉพาะกลุ่ม พอโลกมันเปลี่ยนเรื่องของทุนนิยมพร้อมกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่มันเติบโตมาพร้อมๆกัน และมันเกิดขึ้นในยุคที่ ผีแดง เก่งเหลือเกิน เลยทำให้พวกเขากลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงมากขึ้น

จุดแข็งของ แมนฯ ยูไนเต็ด

และทำให้เม็ดเงินรายได้ การต่อรองธุรกิจต่างๆเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก จุดแข็งอีกอย่างของ แมนยู ก็คือ ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของแฟนบอล ซึ่งเป็นหนึ่งในดีเอ็นเอของสโมสร เมื่อเข้าสู่ยุคทุนนิยม ข้อดีตรงนี้ก็กลายเป็นอาวุธหลักที่ทำให้พวกเขาแข็งแกร่ง

สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์

 

 *เมื่อยืนยันการสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ให้รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปทาง Line ของท่าน*

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบรรยายกาศสนามในวันแข่งขัน กลายเป็นประสบการณ์ความบันเทิงอันล้ำค่าและน่าตื่นตาตื่นใจ ใครก็อยากมาอยู่ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ชอน ฮามิล อาจารย์สาขาธุรกิจกีฬาจากมหาวิทยาลัยลอนดอน เป็นประเด็นถึงเรื่อนี้ว่า แบรนด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เอาจริงๆมันไม่ใช่แค่แบรนด์กีฬาหรือความบันเทิง แต่มันมีความซับซ้อนมากกว่านั้น และความซับซ้อนยิ่งกว่าเดิมหลังจากที่สโมสรเดินหน้าเข้าสู่วงการผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างเต็มตัว พวกเขากลายเป็นเบอร์ 1 ทั้งในและนอกสนาม ไม่ใช่แค่เรื่องของการกวาดแชมป์เท่านั้น

2000

แต่หลังจากยุค 2000 เป็นต้นมา พวกเขากลายเป็นทีมฟุตบอลที่ได้กำไรมากที่สุดติดต่อกันหลายปี หลักๆคือช่วงระหว่างปี 1996-2006 สิบที่ตรงนั้นได้กำไรเกือบทุกปี แม้ว่าทีมอื่นๆจะได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้นได้ทุกปี จึงไม่น่าแปลกใจที่พวกเขา

ถูกยกย่องว่าเป็นต้นแบบของการทำธุรกิจฟุตบอล เปลี่ยนสนามในกลายเป็นสถานที่มอบความบันเทิง สร้างประสบการณ์อันพิเศษ ผลงานที่ดีด้วย ทำให้ทีมนั้นได้ค่าลิขสิทธิ์มากมายมหาศาล ทั้งฟุตบอลในประเทศหรือฟุตบอลถ้วยยุโรป นอกจากนี้ยังเพิ่มเติมเรื่องของการเจรจา

FIFA555.NET รวมทีเด็ดบอลจากเซียนชั้นนำ

รวมลิงค์การวิเคราะห์ฟุตบอลและทีเด็ดบอลจากลีกชั้นนำทั่วโลก ผ่านบรรดาเซียนชั้นนำที่ทางเว็บ FIFA555 คัดสรรมาเป็นอย่างดี ด้วยรูปแบบการเข้าถึงที่ง่ายสะดวกรวดเร็วเหมาะแก่นักพนันทุกเพศ ทุกวัย โดยสามารถเลือกคู่ที่น่าสนใจทั้งพรีเมียร์ลีก ลาลีก้า บุนเดสลีก้า กัลโช่ เซเรีย อา ลีกเอิง ได้ตลอดทุกวันไม่มีวันหยุดลีกเล็กเราก็มีให้ หรือจะบอลทีมชาติก็ไม่มีพลาด ครบทุกคู่ ทุกแมตช์ ทั้งฤดูกาล ที่นี่ที่เดียว

ยิ่งคุณแข็งแกร่งเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีอำนาจต่อรองมากขึ้น โดยเฉพาะกับบรรดาผู้สนับสนุนหรือสปอรเซอร์ และมีอีกมากมายหลายดีลล์ที่มันสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการฟุตบอล อย่างเช่นในปี 2002 เซ็นสัญญากับไนกี้เป็นผู้สนับสนุนชุดแข่ง มูลค่ารวม 300 ล้านปอนด์

เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในโลก รวมถึงสัญญามูลค่ามหาศาลจากสปอนเซอร์คาดหน้าอกเสื้อ เสื้อซ้อม สนามซ้อม และอีกมากมายนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่า ยูไนเต็ด มีหัวการค้าที่ก้าวล้ำนำสมัยกว่าทีมอื่นๆ และเครดิตสำคัญต้องยกให้กับ เดวิด กิลล์ คนที่เป็นผู้บริหารชื่อดัง

เดวิด กิลล์

เข้ามาทำงานให้กับสโมสรตั้งแต่ปี 1997 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการเงิน และก็เติบโตขึ้นไปในตำแหน่งประธานบริหาร เขานำความรู้ทางด้านการเงินการตลาดจนเปลี่ยนสโมสรจนกลายเป็นเบอร์ 1 ตัวจริง หากสรุปให้มันสั้นๆ ความสำเร็จด้านธุรกิจของ แมนยู 

มาได้อย่างไร แน่นอนผลงานในสนามนำมาก่อน แต่สิ่งที่มันเพิ่มเติมก็คือพวกเขามีแผนงานที่ดีพอที่จะนำข้อได้เปรียบเหล่านี้มาต่อยอดทางการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก็เข้าเป้า ตอบโจทย์ลูกค้า มีอำนาจต่อรองกับบรรดาผู้สนับสนุนทั้งหลาย

แน่นอนครับผลงานคือตัวตั้งตัวหลักของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่วนทีมงานนอกสนามก็จะหาวิธีการใหม่ๆ ทำยังไงก็ได้ให้มูลค่าของทีมมันสูงขึ้น มัดใจแฟนๆได้ มีรายได้มากขึ้น เพียงแต่ว่าหลังจากหมดยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทุกอย่างมันค่อยๆดำดิ่งลง

มีเงินแต่ไร้ถ้วย

หมายถึงผลงานในสนาม 9 ปีผ่านไปแล้ว ยังไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีกเลย แทบไม่ได้ลุ้น แม้ว่าเป็นยุคไหนก็ตามแต่ เดวิด มอยส์ (2013-2014), หลุยส์ ฟาน กัล (2014-2016), โชเซ่ มูรินโญ่ (2016-2018), โอเล่ กุนนาร์ โซลชา (2018-2021) และ ราล์ฟ รังนิก (2021-2022)

ราล์ฟ รังนิก

สุดท้ายความจริงที่มันแสนเจ็บปวดก็คือ ลุ้นติดอันดับท็อปโฟร์เพื่อได้โคต้าไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก แค่นั้นพอแล้ว ซึ่งในขณะที่ผลงานในสนามมันลดระดับลง แต่ผลงานนอกสนาม เรื่องของเม็ดเงิน รายได้ ธุรกิจ ผลประโยชน์ มันก็ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

สปอนเซอร์เคาะประตูหน้าบ้านอยู่เรื่อยๆ ซื้อบรรดานักเตะชื่อดังเข้ามาด้วยค่าตัวมหาศาล มูลค่าของสโมสรก็อยู่ในระดับสูง ไม่ใช่แค่วงการฟุตบอล ยูไนเต็ด รวมถึงกีฬาทุกชนิด แมนยู ไม่เคยหลุดจากท็อปเทนต์ ในฐานะทีมกีฬาที่มูลค่าสูงที่สุดในโลก

ซึ่งจัดโดยนิตยสาร Forbes สื่อดังทางการธุรกิจและการเงิน ตรงนี้เป็นหลักฐานชั้นเยี่ยมเลยครับว่า ยุคสมัย 10 ปีที่ผ่านมา ทีมๆนี้ยังสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผลงานในสนามจะสวนทางก็ตาม และเมื่อมาถึงจุดหนึ่ง แฟนบอลหลายคน

มักจะตั้งคำถามว่า อย่างงี้ก็ไม่ต้องพึ่งพาผลงานในสนามแล้วใช่ไหม เน้นแค่เรื่องของการตลาดตลาด มูลค่า เรื่องของผลประโยชน์ธุรกิจก็ทำให้สโมสรนั้นร่ำรวยเติบโต มันอาจจะเป็นแบบนั้น เพราะดูเหมือนขึมกำลังทางธุรกิจ ยูไนเต็ด มีขุมกำลังเชิงลึกที่ยอดเยี่ยม

นิวยอร์ก แยงกีส์

มีแผนกที่ชัดเจน มีหน้าที่การงานรับผิดชอบในแต่ละด้าน เกือบทุกด้านเลย ฝ่ายดูแลสิ้นค้า ฝ่ายดูแลด้านโทรทัศน์ถ่ายทอดสด ฝ่ายแบรนด์ต่างประเทศ ฝ่ายสื่อสารแฟนบอลต่อองค์กร ฝ่ายโฆษณา ทุกฝ่ายมีผู้เชียวชาญทางด้านนั้นๆ มาคอยบริหารจัดการให้ทีมนั้นเดินหน้า

ในเส้นทางธุรกิจได้ ไม่ว่าสถานการณ์ในสนามจะเป็นอย่างไร มีการศึกษาเพิ่มเติมครับว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แรงบันดาลใจชั้นยอดในการเดินเกมด้านการตลาดมาจากทีมเบสบอลชื่อดัง คือ นิวยอร์ก แยงกีส์ ซึ่งมีเส้นทางคล้ายๆกันเลยครับ คือ มีช่วงเวลาอยู่ในยุคทอง

และเป็นช่วงที่โลกธุรกิจเข้ามามีบทบาท และพวกเขาก็คว้าโอกาสตรงนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ช่วงหลังผลงานในสนามก็ดูดร็อปลงไปคล้ายๆกัน นิวยอร์ก แยงกีส์ คว้าแชมป์เวิลด์ซีรีส์ของลีกเบสบอล MLB ได้แค่สมัยเดียวในรอบ 21 ปี แต่นั้นไม่ใช่ปัญหา

เพราะพวกเขายังเป็นทีมเบสบอลที่มีมูลค่าอันดับ 1 ของโลกอย่างยาวนาน และถ้ามองทีมกีฬาทั้วโลกแล้ว แยงกีส์ ไม่เคยหลุดจากท็อป 5 เลย ซึ่งถือว่ามาตรฐานดีกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำไป วิธีการที่ทัพ ปีศาจแดง นำมาจาก แยงกีส์ ก็คือ การทำอย่างไรก็ได้

มูลค่าทีมกีฬา 2022

ทีมนั้นติดตลาด และกลายเป็นภาพจำ เมื่อคุณพูดถึงเบสบอลจะนึกถึง แยงกีส์ ถ้าพูดถึงฟุตบอลต้องนึกถึง ยูไนเต็ด แน่นอนว่าเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกเขาทำสำเร็จแล้ว นี่คือสโมสรที่อยู่ในพื้นที่สื่อตลอดเวลา ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะมีผู้คนสนใจ ทำให้มีลูกค้า 

หรือแฟนบอลติดตามอยู่ตลอดเวลา ต่อให้จะเป็นในแง่บวกหรือแง่ลบก็ตาม แต่สุดท้ายในโลกของธุรกิจถ้าคุณดึงดูดความสนใจได้มากเม็ดเงินก็จะมากขึ้นด้วย แต่ถ้าเรามองกลับไปที่เป้าหมายในผลงานในสนาม เราเริ่มที่จะเห็นความชัดเจนในเรื่องของ

แฟนแมนยู

การวางเป้าหมายในแต่ละปี อาจมีแฟนบอลสงสัยว่าเน้นเรื่องรายได้เยอะเกินไปรึเปล่า ทำไมไม่ช่วยกันพัตนาผลงานในสนามเลย แต่ความจริงแล้วมันก็เป็นแบบนั้นแหละ การสร้างทีมให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจคือหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสโมสรแห่งนี้

มีการเขียนอย่างชัดเจนในเว็บไซต์ แมนยู เลยว่า “เป้าหมายของเราคือการเพิ่มรายได้และกำไร ด้วยการขยายการเติบโตของธุรกิจ ที่จะช่วยเสริมสร้างแบรนด์ฐานแฟนคลับในระดับโลก และความพร้อมด้านการตลาด” นี่คือข้อความในเว็บไซต์สโมสร ปีศาจแดง

เดวิด มอยส์

ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ถ้ามองในมุมของแฟนบอล มันก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่น่าพึงพอใจ นั้นหมายความว่าในแต่ละปีที่เริ่มการแข่งขันเป้าหมายของทีมอาจไม่ใช่แชมป์พรีเมียร์ลีก แต่กลายเป็นเรื่องของการทำยอดรายได้กำไรได้มากขึ้นกว่าเดิมรึเปล่า

ซึ่งฟังแล้วก็อาจจะเจ็บแบบจุกๆอยู่ ถ้าเรามองย้อนกลับไปนับตั้งแต่หมดยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สิ่งที่พวกเขาวางบรรทัดฐานเอาไว้เพียงแค่ท็อปโฟร์ กุนซือคนไหนที่ทำให้ทีมนั้นหลุดวงโคจรจากท้อปโฟร์มีอันต้องเป็นไป เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล ถูกปลด

โซลชาร์

ได้แชมป์ เอฟเอ คัพ แต่จบอันดับที่ 5 ไม่ได้ไปต่อ โชเซ่ มูรินโญ่ โดนปลดกลางซีซั่น เช่นเดียวกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่สถานการณ์ดูเหมือนว่าจะหลุดท็อปโฟร์ เหตุผลสำคัญในการเล่นฟุตบอล แชมเปี้ยนส์ ลีก คือ เวทีถ้วยยุโรปที่ใหญ่ที่สุด และการได้รับ

รายได้มหาศาล ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดรวมถึงสปอนเซอร์ นอกจากนี้การอยู่บนเวที ยูซีแอล มันก็เหมือนเป็นการการันตีว่าสโมสรยังคงอยู่ในระดับท็อป มันเป็นภาพลักษณ์ที่บ่งบอกว่าทีมๆนี้ยังอยู่ในหัวแถวระดับเดียวกับ บาร์ซ่า, เรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิค ซึ่ง 3 ทีมนี้

บาร์ซ่า

ถูกจัดอยู่ในระดับสโมสรที่มีมูลค่าการตลาดใกล้เคียงกับ แมนยู อย่างที่ผมบอกครับว่ามันอาจจะเป็นความรู้สึกแบบจุกๆหน่อย ถ้าเรามองผลงานของทีมตอนนี้ ต่อให้ซีซั่นหน้าเริ่มต้นกันใหม่ มี เทน ฮาก เข้ามาก็ยังไม่มีใครการันตีครับว่า ผีแดง จะกลับมาลุ้นแชมป์

อย่างเต็มตัวเมื่อไหร่ แต่สิ่งสำคัญมากกว่านั้นคือพวกเขายังคงเดินหน้ากวาดเงินรายได้มหาศาลในแต่ละปีเข้ากระเป๋าอย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้ชนะนอกสนามในแง่ของธุรกิจ การเงิน รายได้ กำไร แต่เรื่องในสนามมันอาจยังไม่ถึงคำว่าแพ้หรอกครับ แต่มันแย่ลง

แมนยู ไร้แชมป์

แล้วมันแย่ลงจนบางครั้งแฟนบอลเริ่มตั้งข้อสงสัย เพราะอย่าลืมครับว่าสารตั้งต้นที่ทำให้ ปีศาจแดง ประสบความสำเร็จขึ้นมา นอกจากจะมาถูกที่ถูกเวลาแล้ว ผลงานในสนามมันเป็นตัวตั้ง เพราะฉะนั้นถึง ณ. ปัจจุบันนี้ ต่อให้ ยูไนเต็ด ยังคงสร้างเม็ดเงินมูลค่า

ของตัวเองได้อย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ แต่ถ้าหลังจากนี้ ถ้าคุณไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกอีกสัก 10-20 ปี อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อถึงตรงนั้นเราก็ไม่สามารถการันตีได้ว่า มูลค่าของ แมนยู มันจะแข็งแกร่งเหมือนอย่างทุกวันนี้ เพราะสุดท้ายแล้วผลงานมันคือสารตั้งต้นทั้งหมดครับ

แมนยู แชมป์

สรุป แมนยู ต้องกลับมาเน้นเรื่องของผลงานมากกว่านี้

เข้าใจความรู้สึกของแฟน แมนยู นะครับ ก็ลองคอมเมนต์เข้ามาบอกกันหน่อยละกันกับความรู้สึกที่ผลงานในสนามดร็อปลงเรื่อยๆ ส่วนนอกสนามเม็ดเงินก็เข้ามาเรื่อยๆ บอร์ดบริหารก็เดินหน้าหาเงินๆเข้ามา เป็นเรื่องที่ดีไหม มันดีอยู่แล้วครับกับการที่มีรายได้

เข้ามาเรื่อยๆ แต่ถ้าผลงานมันไม่ไปตามนั้น มันก็จะมีระยะเวลาของมัน ซึ่งก็ต้องรอดูครับว่าพวกเขาจะจัดการกันอย่างไร แสดงความคิดเห็นเข้ามาหน่อยครับโดยเฉพาะแฟนบอล ปีศาจแดง และสุดท้ายขอบคุณมากๆครับที่คิดตามเรา FIFA55 เสมอมา ขอบคุณอีกครั้งครับ สวัสดีครับ