Chat with us, powered by LiveChat

เจ้าพ่อถ้วยเล็ก! เส้นทางสู่แชมป์ยูโรป้าลีกสมัยที่ 6 ของเซบีญ่า

เซบีญ่า ยูโรป้า ลีก

หลังสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่โคโลญจน์เมื่อวันคืนวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา เซบีย่า ทีมดังจากศึก ลา ลีกา สเปน ได้บันทึกประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก จากการเถลิงบัลลังก์แชมป์รายการนี้ได้เป็นสมัยที่ 6 สูงสุดเหนือทุกทีม ตอกย้ำสถานะ “เจ้าพ่อถ้วยเล็ก” อย่างยิ่งใหญ่ พวกเขายังคงรักษาสถิติ 100% การซิวโทรฟี่ได้ทุกครั้งที่เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยเหยื่อทีมล่าสุดที่อกหักเป็นได้แค่รองแชมป์คือ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ทีมยักษ์ใหญ่จากอิตาลี ซึ่งปราชัยไปแบบหวุดหวิดด้วยสกอร์ 2-3 และเพื่อเป็นการร่วมยินดีกับเซบีญ่า เราจะพาทุกท่านย้อนไปดูเส้นทางสู่ความสำเร็จของพวกเขาในซีซั่น 2019-20 ตั้งแต่ต้นจนปิดฉากนัดสุดท้ายกัน ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามรายละเอียดทั้งหมดกันเลย

รอบแบ่งกลุ่ม

เซบีญ่า-คาราบัค

เซบีญ่าถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่ม A ร่วมกับ ฮาโปเอล นิโคเซีย จากไซปรัส, คาราบัค จากอาเซอร์ไบจาน และดูดเดอแลงก์ จากลักเซมเบิร์ก ทั้งสามทีมร่วมกลุ่มถือว่าเป็นสมันน้อยอย่างแท้จริง เพราะเซบีญ่าเข้าป้ายแชมป์กลุ่มแบบสบายๆจากการชนะ 5 แพ้ 1 ยิงไป 14 ประตุ เสียแค่ 3 ประตูเท่านั้น เก็บได้ 15 แต้ม เกมที่หลุดแพ้นัดเดียวคือออกไปปราชัยต่อ ฮาโปเอล นิโคเซีย 0-1 ซึ่งในเวลานั้นทีมดังจากสเปนตีตั๋วเข้ารอบน็อคเอาท์เรียบร้อยแล้ว

รอบ 32 ทีมสุดท้าย

เซบีญ่า - ซีเอฟอาร์ คลูจ

ประตูบานแรกของรอบน็อคเอาท์ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะแม้ว่าเซบีญ่าจะโคจรมาดวลกับ ซีเอฟอาร์ คลูจ ทีมดังจากโรมาเนีย แต่พวกเขาต้องอาศัยอะเวย์โกล์จากผลเสมอ 1-1 ในเลกแรกเอาตัวรอดทะยานสู่รอบต่อไป ซึ่งการเสมอในบ้านแบบไร้สกอร์ในเลกที่สองถือว่าน่าผิดหวังไม่น้อยเลยทีเดียว

[/row]

รอบ 16 ทีมสุดท้าย

เซบีญ่า-โรม่า

วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในยุโรป ทำให้ฟุตบอลรายการนี้ต้องพักเบรคไปยาวนานกว่า 4 เดือน เมื่อสถานการณ์คลี่คลายก็คัมแบ็คเตะอีกครั้งช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ปรับรูปแบบเป็นเตะเลกเดียว โดยใช้สนามกลางที่ประเทศเยอรมันเป็นสังเวียนฟาดแข้ง โดยในรอบนี้เซบีญ่าเจอศึกหนักปะทะ “หมาป่าเหลืองแดง” โรม่า บิ๊กทีมจากกัลโช่ เซเรีย อา ผลปรากฎว่าพวกเขาอาศัยความเด็ดขาดในแนวรุกที่เหนือกว่า เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 ได้สองประตูจาก เซจิโอ้ เรกีล่อน และ ยูซุฟ เอเนสซี่ ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ

สมัครสมาชิก FIFA555 ผ่านไลน์

รอบ 8 ทีมสุดท้าย

เซบีญ่า-วูลฟ์

คู่ต่อกรของเซบีญ่าในรอบก่อนรองชนะเลิศคือ “หมาป่า” วูลฟ์แฮมป์ตัน ตัวแทนจากลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ทั้งสองทีมสู้กันได้สูสีทั้งรุกและรับ จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 13 เมื่อทีมดังจากอังกฤษได้จุดโทษ แต่ ราอูล ฮิมิเนซ ยิงไม่เข้า ช่วงท้ายเกม ลูคัส โอคัมโปส เป็นฮีโร่โหม่งประตูชัยในนาทีที่ 88 ช่วยให้เซบีญ่าผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้แบบหืดจับ นอกจากคุณภาพทีมที่ดีแล้ว พวกเขายังดวงเฮงอีกด้วย หากวูลฟ์ไม่พลาดจุดโทษในช่วงต้นเกม โอกาสที่จะลงเอยเช่นนี้อาจไม่เกิดขึ้นก็เป็นได้

รอบรองชนะเลิศ

เซบีญ่า-แมนฯ ยูไนเต็ด

แมตช์แข่งขันในรอบตัดเชือก เซบีญ่าเจองานหนักอีกครั้ง เพราะคู่ต่อสู้คือหนึ่งในทีมเต็งแชมป์รายการนี้อย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นการเผชิญหน้ากับสโมสรจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษแบบต่อเนื่อง หลังจากรอบ 8 ทีมสุดท้าย พวกเขาเขี่ย “หมาป่า” วูลฟ์แฮมป์ตันร่วงตกรอบไปแล้ว ผลการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะของเซบีญ่าด้วยสกอร์ 2-1 โดยยูไนเต็ดออกนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 9 จากจุดโทษของ บรูโน่ เฟอร์นันส์ แต่ทีมดังจากสเปนไล่ตามตีเสมอได้ในนาทีที่ 26 จากการซัดด้วยซ้ายของ ซูโซ่ รูปเกมหลังจากนั้นทัพ “ผีแดง” ทำได้ดีกว่า แต่แนวรุกไม่เฉียบคมมากพอ จนนาทีที่ 79 เฆซุส นาบาส ได้จังหวะโครสบอสจากริมเส้นฝั่งเข้าให้ ลุค เดอ ยอง ชาร์จเผาขนเข้าไปไม่พลาด เป็นประตูชัยส่งทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

รอบชิงชนะเลิศ

เซบีญ่า - อินเตอร์ มิลาน

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เซบีญ่าผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรายการนี้ได้ 5 ครั้ง ซึ่งพวกเขาคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ซีซั่น 2005-06, 2006-07, 2013-14, 2014-15 และล่าสุดคือ 2015-16 สำหรับคู่แข่งในแมตช์ชิงดำฤดูกาล 2019-20 คือ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ทีมยักษ์ใหญ่จากกัลโช่ เซเรีย อา ที่ผ่านรอบตัดเชือกมาแบบชิลๆ หลังไล่ถล่ม ชัคตาร์ โดเน็ตส์ ขาดลอย 5-0 ตรงข้ามกับเซบีญ่าที่เบียดชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด มาแบบลุ้นเหนื่อย 2-1

เซบีญ่าคว้าแชมป์ยูโรป้า

เซบีญ่าแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาคือ “เจ้าพ่อแห่งยูโรป้าลีก” อย่างแท้จริง แม้ศักยภาพทีมโดยรวมจะดูเป็นรองคู่ต่อกรจากอิตาลี แต่สุดท้ายก็เข้าป้ายซิวแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ถือเป็นคู่ชิงชนะเลิศที่ถูกใจแฟนบอลอย่างมาก เพราะยิงกันถึง 5 ประตู โดยอินเตอร์ออกนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากจุดโทษของ โรเมลู ลูกากู แต่เซบีญ่าก็เร่งเครื่องแซงขึ้นนำจากสองประตูของ ลุค เดอ ยอง ฮีโร่จากรอบที่แล้ว ซัดเข้าไปในนาทีที่ 12 และ 33 ทีมงูใหญ่ตามตีเสมอได้จาก ดิเอโก้ โกดิน ในนาทีที่ 36 จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-2 ครึ่งหลังรูปเกมยังสู้กันได้สนุก จนถึงนาที 74 เซบีญ่าก็ได้ประตูชัยจากจังหวะที่ ดิเอโก้ คาร์ลอส กระโดดตีลังกาหวดบอลไปโดน ลูกากู ที่ลงมาช่วยเกมรับสกัดบอลผิดเหลี่ยมเข้าไปตุงตาข่าย ส่งผลให้เซบีญ่าคว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก สมัยที่ 6 ได้ตามเป้าหมาย และเป็นสโมสรที่คว้าโทรฟี่แชมป์รายการนี้ได้มากที่สุดเพียงหนึ่งเดียวในยุโรปอีกด้วย