Chat with us, powered by LiveChat

การจากไปของ “อู๋ ม่ง ต๊ะ” นักเตะแข้งทอง เสี้ยวลิ้มยี่

นักเตะแข้งทอง

หลังจากที่ชาวโลกทราบข่าวว่า อู๋ ม่ง ต๊ะ ได้เสียชีวิตลงแล้ว ต่างเสียใจทำให้นึกถึงผลงานที่เขาเคยทำเอาไว้ ที่โด่งดังและเป็นที่จดจำมากที่สุดทั่วโลกก็เป็นหนังเรื่อง Shaolin Soccer หรือ นักเตะเสี้ยวลิ้มลี่ เขารับบทเป็น “นักเตะแข้งทอง” ที่เคยโด่งดังมาก่อน ก่อนที่เขาจะทำทีมขึ้นเอง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ เราไปติดตามรับชมพร้อมๆกันได้เลยครับ

สำหรับเพื่อนๆท่านใดต้องการอ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติม คุณสามารถเข้าไปหาอ่านได้ที่ คอลัมน์ฟุตบอล เป็นแหล่งเก็บรวบรวมข้อมูลดีๆเกี่ยวกับฟุตบอลทั่วโลกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแล้วครับ ขอให้สนุกเพลิดเพลินในการรับชมนะครับ

อู๋ ม่ง ต๊ะ ก่อนที่เจ้าตัวจะเสียชีวิต ได้ทิ้งผลงานไว้มากมายในด้านภาพยนต์ และเป็นที่รู้จักกันดีในประเทศไทย เขามักจะเป็นคู่หูกับดารานำชาย โจว ซิง ฉือ ในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ ที่โด่งดังไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้

และผมเชื่อว่าพี่น้องชาวไทยคงเคยดูเรืองนี้ไม่ต่ำกว่า 2 รอบแน่ๆ เพราะในยุคนั้นภาพยนต์เรื่องนี้ถือเป็นหนังที่เอฟเฟกต์ที่สมจริงที่สุดแล้ว พูดได้ว่าหนังโทรทัศน์บ้านเราในสมัยนี้ยังไม่สามารถเทียบเรื่องคุณภาพของภาพได้เลยครับ

นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่

สำหรับนักแสดงที่เป็นนักเตะคนอื่นๆในเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็น พลิ้วไหวดังสายลม, เท้าฟงอวิ๋น, หัวเหล็ก, อาภรณ์เหล็ก, ฝ่ามือยมฑูต ซึ่งเป็นลูกทีมของ ฟ่ง นั้นเอง เฮดโค้ชขาเดี้ยงที่รับบทโดย อู๋ ม่ง ต๊ะ สาเหตุที่ขาเดี้ยงก็มาจากการล้มบอลของเขา

เรื่องราวย้อนไปในอดีตที่ ฟ่ง เป็นนักเตะแข้งทองอยู่นั้น เขาหน้าเงินไปนิดหน่อยยอมล้มบอลโดยยิงจุดโทษไม่เข้า ทันใดนั้นแฟนบอลก็เกิดอาการโกรธคุมสติไม่อยู่ วิ่งเข้าไปในสนามบอลใช้ไม้เบสบอลตีขาของเขาหัก อดเล่นบอลไปตลอดชีวิต

โจว ซิง ฉือ

เมื่อตำนานนักเตะแข้งทองได้จบลงไปแล้ว อนาคตการค้าแข้งของเขาก็ดับ กลายเป็นคนเร่ร่อนพเนจร คนไร้บ้าน ต่อมาเขาได้รับความช่วยเหลือจากคนคนเดิม ที่ทำให้เขากลายมาเป็นแบบนี้ คือ น้องสง แต่กลับต้องเรียกเอาใจว่า พี่สง และเป็นความแค้นที่ต้องชำระ

โดยการสร้างทีมขึ้นมาแข่งกับทีม พี่สง นั้นคือทีม “เสี้ยวลิ้มยี่” นั้นเอง สำหรับหนังเรื่องนี้ยังมีประโยคเด็ดที่ทำให้คนไทยพอได้ยินแล้วถึงกับต้องร้องอ๋อเลยก็คือ “ล็อคหลบแบบดิจิทัล”, “เหลือสามหลึงมึงยังเอา”, “เสาร์ห้าไม่ต้อง เส้าหลินมาเอง”,”40-0 นี่มึงเล่นบอลหรือเป่ากบ”

Upload Image...

บทความแนะนำสำหรับนักพนันมือใหม่

หนังเรื่องนี้ทำรายได้มากถึง 60 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง และรางวัลต่างๆอีกมากมาย จากความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นการการันตีว่า เมื่อไหร่ที่ อู๋ ม่ง ต๊ะ กับ โจว ซิง ฉือ จับคู่กันแสดงหนัง รับรองว่าต้องฮาแน่นอน เขายังสนิทสนมกับนักแสดงและผู้กำกับมากมาย โดยเฉพาะทีมงานของบริษิท TVB 

จุดเด่น

อู๋ ม่ง ต๊ะ เป็นนักแสดงที่เข้ากับบทเพื่อนพระเอกได้ลงตัวที่สุด ถึงแม้ว่าหน้าตาเขาไม่ได้ดีเลย แต่หากพูดถึงความอินของบท สีหน้าลีลาท่าทางของเขานั้นระดับมือโปรเลยก็ว่าได้ จนชาวฮ่องกงนิยมชมชอบเขาเป็นจำนวนมาก

หนังจีน

ชีวิตของ อู๋ ม่ง ต๊ะ

นับได้ว่าคล้ายๆภาพยนต์เรื่องนักเตะแข้งทองนั้นแหละครับ ในยุค 80 หลายคนอาจจะไม่เกิดทีในยุคนั้น เขาเริ่มมีชื่อมีเงินทองไหลมาเทมา แต่ทว่าเขาไม่ได้วางแผนการเงินเลย จึงทำให้เขากลับมาตกต่ำอีกครั้ง และยังมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย

สุดท้ายเขาเกือบคิดฆ่าตัวตาย จนมาโด่งดังอีกครั้งในภาพยนต์เรื่อง “ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ” ที่เขาเล่นเคียงข้างกับพระเอกดังชื่อ หลิว เต๋อ หัว หลังจากนั้นเขาก็มีงานมากมายเขามาแบบไม่ขาดสายตลอดจนมาถึงยุค 90 เขาก็มาเจอกับรุ่นน้องนักแสดงอย่าง โจว ซิง ฉือ

แข้งทอง

ที่มารับเป็นพระเอกดาวตลกในตำนานคนต่อไปนั้นเอง ซึ่ง อู๋ ม่ง ต๊ะ เข้าคู่กับ โจว ซิง ฉือ เหมือนทั้งคู่ได้เกิดมาเพื่อกันและกัน โดยได้แสดงร่วมกันเรื่อง คนกัดคน (Tricky Brains เข้าฉายปี 1991), คนเล็กนักเรียนโต (Fight Back to School เข้าฉายปี 1991)

และมาจบสิ้นที่เรื่องสุดท้ายคือเรื่อง นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ มีข่าวลือว่ากันว่า พระเอกดัง โจว ซิง ฉือ มีปัญหากับ อู๋ ม่ง ต๊ะ และไม่ได้ชวนเข้าร่วมงานในภาพยนต์เรื่อง คนเล็กหมัดเทวดา (Kung Fu Hustle เข้าฉายปี 2004), คนเล็กของเล่นใหญ่ (CJ7 เข้าฉายปี 2008)

จนกระทั้งในช่วงเวลาที่ อู๋ ม่ง ต๊ะ ได้เสียชีวิต จากการล้มป่วย “จริง ๆ แล้วเราติดต่อกันเมื่อ 3 ปีก่อน เขาเข้ามาหาผมหลังจากรู้ว่าผมล้มป่วย เขาเชิญผมไปทำงานในหนังของเขาเรื่อง The Mermaid (หรือชื่อไทย เงือกสาว ปัง ปัง) ด้วย แต่ผมไปไม่ได้เพราะสุขภาพของผมไม่ดีเอาเสียเลย”

“แต่ความสัมพันธ์ของพวกเราก็เปลี่ยนแปลงไปแบบที่ต้องยอมรับ อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้เราต้องห่างกัน ผมไม่รู้เหมือนกันว่ามิตรภาพของเราจะกลับมาเหมือนเดิมได้ยังไง เขาควรมาหาผมก่อน หรือผมควรไปหาเขา แต่ที่สุดแล้วมันก็เป็นเรื่องน่าเศร้าอยู่ดี” อู๋ ม่ง ต๊ะ กล่าวอำลา

สรุป อู๋ ม่ง ต๊ะ ชีวิตที่เหมือนดั่งหนังนักเตะเสี่ยวลิมยี่

หลายๆคนที่อ่านบทความนี้จบแล้ว อาจจะกลับไปหาหนังเรื่องนี้ดูอีกรอบ เพื่อรำลึกความหลังให้แก่การจากไปของ อู๋ ม่ง ต๊ะ ชีวิตคนเราก็มีเท่านี้แหละครับ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา ก็จบไปแล้วนะครับสำหรับบทความเกี่ยวฟุตบอลที่แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร

เพื่อนๆมีความคิดเห็นอย่างไรต่อเรื่องราวของ อู๋ ม่ง ต๊ะ สามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นมาได้ครับ ผมสัญญาว่าจะอ่านทุกคอมเมนต์เลย ก่อนจะจากกันไปผมก็ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ร่วมสนับสนุนติดตามพวกเราตลอดเรื่อยมา แล้วเจอกันใหม่ในบทความถัดไปครับ สวัสดีครับ 

สมัครสมาชิก FIFA555 ผ่านไลน์