Chat with us, powered by LiveChat

วันที่ “เซอร์ อเล็กซ์” ค้นพบ “คริสเตียโน โรนัลโด้”

เซอร์ โรนัลโด้

วันที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยกพลไปอุ่นเครื่องกับทีมฟุตบอลทีม สปอร์ติ่ง ลิสบอน ที่โปรตุเกส ปีศาจแดง พ่ายแพ้ในเกมนั้นอย่างหมดสภาพ จากการบดขยี้แนวรับของดาวเตะวัย 18 ปี ที่ชื่อว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้

แต่ทว่าในวันนั้น ป๋าเซอร์ ได้เห็นสิ่งที่เขาอยากจะเห็นยิ่งกว่าผลการแข่งขัน และนั่นคือคนที่จะมารับเครื่องหมายเลข 7 คนต่อไป ไม่มีใครสงสัยมีทักษะของ โรนัลโด้ แต่เขามีสิ่งนึง ที่แก้ยังไงก็ไม่หาย แถมเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นคอขาดบาดตาย นั่นคือ

เขาไม่รู้ว่าฟุตบอลที่แท้จริงนั้นต้องเล่นกันอย่างไร นอกจากการเลี้ยงบอล และความมุ่งมั่น Ronaldo ติดลบทุกด้าน การเล่นเป็นทีม ความเข้าใจเกม และจังหวะสุดท้ายที่ยังไม่สามารถหวังผลได้

โรนัลโด้ ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด

สไตร์ของ โรนัลโด้ ทำให้รุ่นใหญ่ในทีมอย่าง รุด ฟาน นิสเตลรอย ไม่พอใจ เพราะทุกครั้ง รุด วิ่งไปรอจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ โรนัลโด้ จะทำทุกอย่างพังเละไปหมด ด้วยลีลาที่สวยงามแต่ไร้คุณภาพ ทำให้โดนวิจารณ์ว่าเป็นของปลอม และถูกทำนายว่า เขาจะกลายเป็นหมายเลข 7 ที่ล้มเหลว

โรนัลโด้

4 ปีเต็มๆที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฝ้ารอการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ขณะที่ทุกคนต่างหมดหวังในตัว โรนัลโด้ แต่ไม่ใช่กับ เฟอร์กี้ ที่เชื่อมั่นในตัวเขาเสมอ เขาเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น และยังคงดูแล Ronaldo เสมือนกับเป็นลูกชายคนหนึ่ง

เกือบหมดอนาคต

เฟอร์กี้ ต้องการเปลี่ยนทัศนคติของ โรนัลโด้ ใหม่ จากที่พยายามจะยิงประตูสวยๆ ให้กลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูอย่างถล่มทลาย แม้กระทั่งในปี 2006 จะทำแสบจน Wayne Rooney โดนใบแดงในฟุตบอลโลก เฟอร์กี้ ก็เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ความบาดหมางยุติลง และทำให้ทั้งสองกลับมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้

ณ.เวลานั้น โรนัลโด้ คิดว่าเขาจะไม่สามารถกลับมาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อีกแล้ว แต่ เฟอร์กี้ ก็ทำทุกทาง เพื่อรั้งนักเตะที่เขาคิดว่าจะเก่งที่สุดในโลกคนนี้ ใจแลกใจ สิ่งที่ตามมาคือ โรนัลโด้ แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆในทุกๆด้าน มีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น มีการตัดสินใจในจังหวัดสุดท้ายที่เฉียบขาด

และเป็นเครื่องจักรถล่มประตูแบบที่ เฟอร์กี้ หวังไว้ได้สำเร็จ ไม่ว่าจะในสนามแข่งหรือว่าสนามซ้อม โรนัลโด้ ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ ในแบบที่จะหานักเตะคนไหนมาเปรียบได้อย่างยากยิ่ง และเมื่อทุกอย่างเข้าที่ โรนัลโด้ ก็ไม่เคยรอใครอีกเลย

เซอร์ อเล็กซ์

ในฐานะนักเตะหมายเลขหนึ่งของทีม โรนัลโด้ ก็สามารถพาโทรฟี่พรีเมียร์ลีกมาอยู่ในมือของ เซอร์ อเล็กซ์เฟอร์ กูสัน ได้อีกครั้ง ด้วยความมุ่งมั่นของนักเตะคนนึงที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง

ได้มาผสมผสานกับความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าของกุนซือ ในช่วงเวลาแห่งการรอคอยที่แสนยาวนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้สิ้นสุดลง พร้อมกับการกลับมาทวงบัลลังก์แห่งความยิ่งใหญ่อีกครั้ง 

สรุป 

แม้ว่าปัจจุบัน โรนัลโด้ จะย้ายออกไปจาก ปีศาจแดง ไปหลายปีแล้ว แต่ประวัติศาสตร์ตำนานกองหน้าเบอร์หนึ่งของ แมนยู ยังคงจารึกอยู่ถิ่น โรงละครแห่งความฝัน ต่อไป ทั้งสองคนเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญในวงการลูกหนังระดับโลก

อย่างไรก็ตามยอดนักเตะอย่าง ซีอาร์เซเว่น ยังคงโลดแล่นอยู่ในโลกแห่งฟุตบอลอีกต่อไป โดยยังรับใช้ยอดทีม ยูเว่นตุส เจ้าของแชมป์ กัลโซ่ เชเรียอา อิตาลี มากที่สุด และยังคงเป็นตัวหลักขับเคลื่อนทีมประสบความสำเร็จมากมายตามมา